วิธีการรับมือของคุณแม่ตั้งครรภ์แฝดตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ และเคล็ด(ไม่)ลับในการเลี้ยงดูเด็กแฝด

สำหรับคุณพ่อและคุณแม่ที่ได้ลูกแฝด ต้องดูแลเรื่องของสุขภาพและอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 2 – 3 เท่าตั้งแต่การตั้งครรภ์ เนื่องจากการตั้งครรภ์แฝดนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก ๆ ยิ่งมีแฝดมากเท่าไหร่ ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นเท่าตัว หากเป็นแฝดที่อยู่ในถุงน้ำคร่ำถุงเดียวกัน คุณแม่ต้องหมั่นระวังตัวและต้องนับว่าลูกดิ้นเกินวันละ 10 ครั้งหรือไม่ หากลูกไม่ค่อยดิ้น ควรไปพบหมอ เพราะว่าเมื่อเด็กอยู่ในถุงน้ำคร่ำถุงเดียวกัน โอกาสที่จะทำให้สายสะดือรัดคอกันมีสูงมาก จะมีแฝดหนึ่งคนตัวใหญ่และอีกคนตัวเล็ก เพศอาจจะต่างกันหรือเหมือนกันได้ และแฝดที่อยู่ในถุงน้ำคร่ำคนละถุง คุณแม่ก็ต้องคอยนับลูกดิ้นด้วยเช่นกัน หากดิ้นต่ำกว่า 10 ครั้งถือว่าผิดปกติ ควรไปพบหมอ ยิ่งหากมีอาการท้องแข็งร่วมด้วย คุณแม่จะต้องรีบไปทันที

  • ช่วงตั้งครรภ์

ในช่วงที่ตั้งครรภ์ได้ 20-28 สัปดาห์ ควรควบคุมน้ำหนักของตนเองไม่ให้น้ำหนักขึ้นมากเกินสัปดาห์ละ 1 กิโลกรัม ควรทานอาหารเสริมจำพวกแคลเซียมเพื่อเสริมสร้างกระดูก และควรทานโฟเลตเพื่อเสริมสร้างเซลล์ในสมอง พัฒนาระบบประสาท ตามปริมาณที่คุณหมอกำหนดให้ เพื่อบำรุงลูกฝาแฝดให้มีสุขภาพแข็งแรงทั้งสองคน หากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝดมีอาการท้องแข็งถี่ ๆ ทุก 5 นาที มีมูกเลือด มีน้ำเดิน ปวดท้องรุนแรง ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนว่ากำลังจะคลอด ครรภ์แฝดสองจะมีกำหนดคลอดในสัปดาห์ที่ 34-36 หากเป็นครรภ์แฝดสามจะคลอดในสัปดาห์ที่ 32 – 34 หากคลอดก่อนกำหนดจะทำให้ร่างกายของลูก ๆ ไม่แข็งแรง อาจจะต้องเข้าตู้อบสัก 1 – 2 อาทิตย์ เพื่อเฝ้าระวังอาการตัวเหลืองหรืออาการอื่น ๆที่แทรกซ้อน

  • เคล็ด(ไม่)ลับในการเลี้ยงเด็กฝาแฝด

การเลี้ยงเด็กหนึ่งคนว่ายากแล้ว การเลี้ยงเด็กสองคนขึ้นไปในเวลาเดียวกันยิ่งยากขึ้น ฉะนั้นคุณแม่ต้องหาผู้ช่วยสัก 1 – 2  คน มาช่วยเลี้ยงและสลับเวรยามเฝ้าลูก ๆ เพราะทารกในช่วง 1 – 3 เดือนแรก จะตื่นขึ้นมาทานนมทุก ๆ 3 ชั่วโมง การมีน้ำนมอย่างเพียงพอในสต๊อกนั้นสำคัญมาก นั่นหมายถึง ลูก ๆ จะได้รับสารอาหารจากนมของคุณแม่ได้อย่างเต็มที่ เพราะน้ำนมของคุณแม่คือสารอาหารที่ดีที่สุด แต่หากคุณแม่ท่านใดน้ำนมไม่พอ สามารถเลี้ยงลูกแฝดด้วยนมผสมได้คะ การเลี้ยงลูกแฝดนั้นห้ามเครียด ทำใจให้สบายในการเลี้ยงลูก เพราะการเลี้ยงดูและการอบรมด้วยความรักตั้งแต่เด็ก มีส่วนสำคัญต่ออารมณ์ของลูก ๆ ในตอนโต ที่สำคัญคุณแม่ต้องคอยสังเกตพัฒนาการของลูก ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะเด็กฝาแฝดมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดมากถึง 80% นั่นหมายถึงเด็กฝาแฝดจะมีพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กในรุ่นเดียวกัน แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะหากลูก ๆ พ้นช่วง 6 เดือนไปแล้ว พวกเขาจะเริ่มมีพัฒนาการตามทันเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกัน และที่สำคัญ เด็กฝาแฝดมีพัฒนาการทางอารมณ์เร็วมาก ๆ การติดตามพัฒนาการโดยรวม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อและคุณแม่ควรใส่ใจมากเป็นพิเศษ

ครอบครัวไหนที่อยากได้ลูกแฝด ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ล้ำสมัยมากขึ้น หากคุณแม่ท่านใดอยากได้ลูกฝาแฝดลองปรึกษาคุณหมอที่เชี่ยวชาญเรื่องการมีบุตรยากดูได้ เพราะครอบครัวที่ได้ฝาแฝดส่วนใหญ่ได้จะมาจากการทำ IVF ทั้งนี้จะติดแฝดหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยโดยรวมของคุณแม่ ความสมบูรณ์ของไข่และการฝังตัวของตัวอ่อนด้วย ไม่ว่าจะได้ลูกคนเดียวหรือลูกฝาแฝดอย่าลืมใส่ใจตั้งแต่ระหว่างการตั้งครรภ์ และระหว่างที่พวกเขาเจริญเติบโตด้วย ควรเลี้ยงดูเขาด้วยความรักและความเข้าใจ เป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยล่ะ