สอนให้ลูกเล่นกลางแจ้ง เสริมสร้างพัฒนาการและภูมิคุ้มกันทางร่างกาย (อายุ3-12ปี)


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคดิจิตอลแบบนี้ เด็ก ๆ สามารถสื่อสารกันได้อย่างกว้างขวาง ได้มองเห็นโลกภายนอกมากขึ้น แต่การใช้เทคโนโลยีที่รวดเร็วแบบนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือทำให้ได้รับรู้สิ่งใหม่ ๆ แต่สื่อบางอย่างเป็นสื่อที่นำพาให้ไปในทางที่ไม่ดี ฉะนั้นเมื่อลูกโตขึ้น พ่อแม่ควรพาลูกออกไปเล่นกลางแจ้งบ่อย ๆ ถือว่าทำกิจกรรมกับคนในครอบครัวไปในตัว อย่าให้ลูกอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือหน้าจอโทรศัพท์บ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้จอประสาทตาเสื่อม เด็กบางรายถึงขั้นตาบอดไปตลอดชีวิต นั่นคือผลกระทบต่อการใช้เทคโนโลยีสื่อสารมากเกินจำเป็น การเล่นกลางแจ้งจึงเป็นการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกายและมีภูมิต้านทาน

ข้อดีของการให้ลูกเล่นกลางแจ้ง

  1. พัฒนาความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น
  2. ช่วยให้เด็กสามารถแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าได้
  3. ช่วยให้เด็กได้มีทักษะการเข้าสังคมได้ดียิ่งขึ้น
  4. ช่วยทำให้เด็กมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์
  5. การเล่นกลางแจ้งอาจจะทำให้เนื้อตัวเลอะโคลนไปบ้าง แต่การให้ลูกได้สัมผัสดิน เหมือนลูกได้สัมผัสสิ่งแปลกใหม่
  6. การเล่นกีฬาบางอย่างอาจชนะหรือแพ้ ลูกจะรู้จักให้อภัยและมีน้ำใจนักกีฬา
  7. การเล่นกลางแจ้งทำให้ได้ออกกำลังกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีภูมิต้านทาน

ข้อควรระวังในการเล่นกลางแจ้ง

  1. ระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุ หากเล่นน้ำพ่อแม่หรือผู้ปกครองควรอยู่ดูแลอย่าใกล้ชิด
  2. ระวังอย่าให้ลูกตากแดดนานเกินไป เพราะเสี่ยงผิวหนังไหม้และเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง
  3. หากเล่นทรายควรสอนให้ลูกเล่นอย่างระมัดระวัง อย่าเอาทรายเข้าปาก ระวังทรายเข้าตาเพราะในทรายและดินมักมีเชื้อโรคปนอยู่

ตัวอย่างการละเล่นกลางแจ้งและพัฒนาการด้านต่างๆ

  1. การเล่นฟุตบอล – ช่วยพัฒนาด้านการทำงานเป็นทีม ได้วิ่งออกกำลังกาย
  2. การเล่นลูกแก้ว – เด็กได้แข่งขันกัน รู้จักแพ้รู้จักชนะ มีน้ำใจนักกีฬา
  3. ชักกะเย่อ – ได้ออกกำลังแขนขา และความสามัคคีในทีม
  4. หมากเก็บ – ช่วยการพัฒนาทางคณิตศาสตร์ การนับเลข
  5. กระโดดยาง – ช่วยให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น
  6. วาดภาพระบายสี,หรือระบายสีตุ๊กตาปูนปั้น – ช่วยให้เด็ก ๆ มีความคิดสร้างสรรค์

การพัฒนาทางร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ของเด็กนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เราไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่า อุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ ตัวอย่างเช่นโทรศัพท์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต เป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ยุคนี้เข้าถึงง่ายมาก พ่อแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ควรให้เด็ก ๆ อยู่กับอุปกรณ์สื่อสารเหล่านี้นานเกินวันละ 2 ชั่วโมง เพราะการที่เด็ก ๆ อยู่กับสิ่ง ๆ หนึ่งนานมากเกินไป ย่อมมีผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจและความคิด เพิ่มความใส่ใจลูกสักนิด ปูพื้นฐานการใช้ชีวิตเขาให้ดี เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกในอนาคต