อย่าก้าวข้ามความปลอดภัย ในวันที่ลูกหัดเดิน


วัยหัดเดินของลูกเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมความพร้อมเรื่องของความปลอดภัย เพราะกล้ามเนื้อขาของลูกยังไม่แข็งแรงมากพอที่ก้าวออกไปได้อย่างมั่นคง ขณะเดียวกันคุณพ่อคุณแม่ต้องกล้าพอที่จะให้ลูกได้รู้จักล้มด้วย โดยเราเป็นผู้เดินอยู่ข้าง ๆ และคอยให้กำลังใจลูกเพื่อพัฒนาการที่ดีในก้าวต่อ ๆ ไป

เมื่อกล้ามเนื้อขาของลูกเริ่มแข็งแรงขึ้น สามารถตั้งไข่ได้โดยไม่ล้มหรือล้มน้อยครั้ง คุณพ่อคุณแม่เตรียมตัวไว้ได้เลย เราจะมาหัดให้ลูกเดินทีละก้าวอย่างมั่นใจ ก่อนอื่นต้องคอยสังเกตพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด เพื่อดูความพร้อม แต่ไม่ต้องถึงกับเร่งให้เขาหัดเดินเร็วเกินไป การเตรียมตัวสำหรับวันแรก ๆ ของการหัดเดินนั้นอาจมีลุ้นบ้างเพราะขาของเขายังไม่แข็งแรง 100% คุณแม่สามารถใช้วิธีจัดสถานที่ให้ลูกหัดเดินภายในบริเวณบ้านโดยไม่ต้องใช้พื้นที่กว้างมากนัก จะได้คอยดูแลได้ง่าย เพราะถึงอย่างไรในวันแรกนี้ลูกต้องล้มแน่นอน ให้เตรียมจัดหาอุปกรณ์ เช่น พื้นยางหรืออุปกรณ์กันกระแทกติดไว้ตามมุมต่าง ๆ เพื่อเวลาลูกล้มไปจะได้ลดแรงกระแทกลง

คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ใหม่ให้สิ้นเปลืองมาก แต่สามารถใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่และปรับการจัดวางใหม่ให้เอื้ออำนวยต่อการหัดเดิน ให้ลูกสามารถเกาะและฝึกก้าวขาไปกับเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นได้โดยไม่ต้องคอยจับมือเรา และเมื่อเขาเริ่มทำได้ เขาจะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น พยายามจัดสถานที่ให้ลูกหัดเดินบนพื้นราบก่อนและตรวจดูว่ามีส่วนใดที่เป็นอันตรายบ้าง เช่น มุมโต๊ะที่ยื่นแหลมออกมา สภาพของเฟอร์นิเจอร์แข็งแรงมั่นคงดีหรือไม่ และอย่าลืมปิดกั้นพื้นที่ส่วนที่เป็นบันไดทางขึ้นบ้านไว้ก่อน เพราะลูกอาจก้าวขึ้นลงและพลาดตกได้ คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยติดตามดูลูกเพื่อช่วยฝึกให้เขาเริ่มปล่อยมือจากการเกาะทีละข้าง จนกระทั่งเขาสามารถปล่อยมือทั้งสองข้างได้

พาลูกไปเดินนอกบ้านเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ลูกจะรู้สึกตื่นเต้นและอยากเดินมากขึ้น ถ้ามีรถเข็นก็สามารถให้ลูกเกาะเดินไปเรื่อย ๆ พอรถเคลื่อนที่ไป เด็กจะสนุกและ active ยิ่งขึ้น คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นตัวช่วยที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูก อย่ากลัวที่จะปล่อยมือเขา แต่ควรปล่อยให้ลูกได้ล้มและสัมผัสความเจ็บดูบ้าง เพื่อเรียนรู้ชีวิตแบบธรรมชาติ ให้เขาได้ฝึกความกล้า และเป็นเด็กที่มีความมั่นใจในตัวเอง

อย่างไรก็ตาม การเดินนอกบ้านนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องระมัดระวังความปลอดภัยให้มากกว่าการเดินในบ้านของตัวเอง เพราะพื้นที่ภายนอกอาจมีสิ่งกีดขวางอื่น ๆ ผ่านเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ สิ่งที่สำคัญก็คือ คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องคาดหวังว่าลูกควรจะเดินได้มากแค่ไหน ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ แค่สังเกตว่าการเดินของลูกเป็นปกติดี และสิ่งที่จะช่วยให้ลูกก้าวเดินได้อย่างภาคภูมิใจที่สุดก็คือกำลังใจจากคุณพ่อและคุณแม่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นคำชมหรือเสียงปรบมือ ดีไม่ดี วันพรุ่งนี้ลูกของคุณอาจจะไม่ได้แค่เดินอย่างเดียว แต่กลับวิ่งฉิวจนคุณไล่ตามไม่ทันก็ได้