คุณแม่วัยใสก็สามารถเลี้ยงลูกให้ดีได้

ปัจจุบันมีคุณแม่วัยใสเป็นจำนวนมาก และมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกปี บางคนถึงกับต้องหยุดอนาคตตัวเองเพื่อมาเลี้ยงลูก ซึ่งบางครั้งอาจจะเจอทั้งคำดูถูกและสายตาเหยียดหยาม ดังนั้นการเลี้ยงลูกให้เต็มที่จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อลูกมาก งบประมาณในการเลี้ยงลูกควรจัดสรรให้ดี พยายามทำใจให้สบาย ห้ามเครียดในระหว่างตั้งครรภ์ และที่สำคัญห้ามทำแท้งเด็ดขาด เพราะนอกจากผิดศีลธรรมแล้วยังผิดกฎหมายอีกด้วย หากมีชีวิตหนึ่งเกิดมาจากเรา เราควรเลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุด ใช้ประสบการณ์ในวันนี้ให้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจ ไม่ให้เราทำผิดซ้ำอีก ทุกคนผิดพลาดได้แต่ควรยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองแล้วก้าวต่อไป

เราจะจัดการกับชีวิตตนเองอย่างไร?

คุณแม่วัยใสควรศึกษาต่อหากยังเรียนไม่จบ ให้พ่อแม่เลี้ยงดูแทนจนกว่าเราจะเรียนจบ มีงานทำ หรือคุณแม่วัยใสอาจจะต้องออกจากสถานศึกษา มาทำงานหาเงินเพื่อใช้ในการเลี้ยงดูลูก หากมีเงินเหลือควรเอาไปศึกษาต่อกับสถานศึกษาที่สามารถไม่ต้องเข้าเรียนในห้องเรียนได้ ทุกปัญหาย่อมมีทางออก จะสอนให้เราโตขึ้น เราลำบากตอนนี้ ต่อไปเราก็พร้อมที่จะรับมือในเรื่องอื่น ๆ ทุกอย่าง

งบประมาณในการเลี้ยงดูลูก

คุณแม่วัยใสมักมีงบประมาณในการดูแลลูกที่น้อย ดังนั้นของใช้ที่จำเป็นหรือไม่จำเป็นควรทำการจดรายการให้ดี บริหารจัดการเงินให้ดี หากให้นมเองได้ควรให้ เพราะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุด มีสารอาหารครบถ้วนมากกว่านมผงดัดแปลง การให้นมลูกจนถึง 6 เดือนเป็นสิ่งที่คุณหมอแนะนำ หากไม่ต้องใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปได้จะประหยัดได้มาก ส่วนสิ่งของที่จำเป็นได้แก่เสื้อผ้า สบู่-ยาสระผมเด็กอ่อน น้ำยาซักผ้าเด็กอ่อน น้ำยาปรับผ้านุ่มเด็กอ่อน ปรอทวัดไข้ อีกอย่างที่สำคัญคือเงินก้อนหนึ่งเพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลของลูก ส่วนของใช้อื่น ๆ ที่ยังไม่จำเป็นก็ไม่ต้องรีบซื้อมา

เลี้ยงลูกอย่างไรดี?

สิ่งหนึ่งที่คุณแม่วัยใสต้องให้ความสำคัญคือการเลี้ยงดูลูก หากต้องออกจากสถานศึกษาเพื่อมาเลี้ยงลูก ควรใช้เวลาใส่ใจลูกให้เต็มที่ ใส่ใจเรื่องอาหารของลูกหลังจาก 6 เดือน อาหารจะต้องสะอาด สดใหม่ ไม่ควรซื้ออาหารบดสำเร็จรูปให้ลูกทาน เพราะอาจจะมีอันตรายต่อลูก การใส่ใจสุขภาพและพัฒนาการของลูกเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่หากคุณแม่ที่ต้องออกไปทำงาน ควรหาคนที่เราไว้ใจให้เลี้ยงลูกได้ เช่น คุณแม่ของเรา เพราะคุณแม่เคยมีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเรามานาน เราควรฟังคำแนะนำของท่าน

หากวันนี้คุณเป็นคุณแม่วัยใสที่เคยผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาแล้ว ต่อไปในภายหน้าควรสอนลูกเรื่องเซ็กส์และเรื่องการป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์อย่างตรงไปตรงมา สอนลูกให้รู้จักยับยั้งชั่งใจ สามารถเล่าประสบการณ์ของตนเองให้ลูกฟังเป็นกรณีตัวอย่างได้ และควรสอนลูกให้กล้าที่จะปรึกษาเสมือนแม่คือเพื่อนของลูก เมื่อคุณสามารถเป็นเพื่อนให้ลูกได้ คุยทุกเรื่อง ยอมรับในตัวตนได้ ทำให้วัยรุ่นกล้าที่จะคุยและปรึกษาทุกเรื่อง อย่าอายที่จะพูดเรื่องของเพศศึกษา ถ้าวันหนึ่งเราเคยพลาด วันที่เรามีลูกเราควรบอกเขา อย่าให้เขาพลาดโอกาสดี ๆ ในชีวิตแบบเรา ความผิดพลาดจะสอนให้เราโตขึ้น

 

วิธีการรับมือของคุณแม่ตั้งครรภ์แฝดตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ และเคล็ด(ไม่)ลับในการเลี้ยงดูเด็กแฝด

สำหรับคุณพ่อและคุณแม่ที่ได้ลูกแฝด ต้องดูแลเรื่องของสุขภาพและอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 2 – 3 เท่าตั้งแต่การตั้งครรภ์ เนื่องจากการตั้งครรภ์แฝดนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก ๆ ยิ่งมีแฝดมากเท่าไหร่ ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นเท่าตัว หากเป็นแฝดที่อยู่ในถุงน้ำคร่ำถุงเดียวกัน คุณแม่ต้องหมั่นระวังตัวและต้องนับว่าลูกดิ้นเกินวันละ 10 ครั้งหรือไม่ หากลูกไม่ค่อยดิ้น ควรไปพบหมอ เพราะว่าเมื่อเด็กอยู่ในถุงน้ำคร่ำถุงเดียวกัน โอกาสที่จะทำให้สายสะดือรัดคอกันมีสูงมาก จะมีแฝดหนึ่งคนตัวใหญ่และอีกคนตัวเล็ก เพศอาจจะต่างกันหรือเหมือนกันได้ และแฝดที่อยู่ในถุงน้ำคร่ำคนละถุง คุณแม่ก็ต้องคอยนับลูกดิ้นด้วยเช่นกัน หากดิ้นต่ำกว่า 10 ครั้งถือว่าผิดปกติ ควรไปพบหมอ ยิ่งหากมีอาการท้องแข็งร่วมด้วย คุณแม่จะต้องรีบไปทันที

  • ช่วงตั้งครรภ์

ในช่วงที่ตั้งครรภ์ได้ 20-28 สัปดาห์ ควรควบคุมน้ำหนักของตนเองไม่ให้น้ำหนักขึ้นมากเกินสัปดาห์ละ 1 กิโลกรัม ควรทานอาหารเสริมจำพวกแคลเซียมเพื่อเสริมสร้างกระดูก และควรทานโฟเลตเพื่อเสริมสร้างเซลล์ในสมอง พัฒนาระบบประสาท ตามปริมาณที่คุณหมอกำหนดให้ เพื่อบำรุงลูกฝาแฝดให้มีสุขภาพแข็งแรงทั้งสองคน หากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝดมีอาการท้องแข็งถี่ ๆ ทุก 5 นาที มีมูกเลือด มีน้ำเดิน ปวดท้องรุนแรง ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนว่ากำลังจะคลอด ครรภ์แฝดสองจะมีกำหนดคลอดในสัปดาห์ที่ 34-36 หากเป็นครรภ์แฝดสามจะคลอดในสัปดาห์ที่ 32 – 34 หากคลอดก่อนกำหนดจะทำให้ร่างกายของลูก ๆ ไม่แข็งแรง อาจจะต้องเข้าตู้อบสัก 1 – 2 อาทิตย์ เพื่อเฝ้าระวังอาการตัวเหลืองหรืออาการอื่น ๆที่แทรกซ้อน

  • เคล็ด(ไม่)ลับในการเลี้ยงเด็กฝาแฝด

การเลี้ยงเด็กหนึ่งคนว่ายากแล้ว การเลี้ยงเด็กสองคนขึ้นไปในเวลาเดียวกันยิ่งยากขึ้น ฉะนั้นคุณแม่ต้องหาผู้ช่วยสัก 1 – 2  คน มาช่วยเลี้ยงและสลับเวรยามเฝ้าลูก ๆ เพราะทารกในช่วง 1 – 3 เดือนแรก จะตื่นขึ้นมาทานนมทุก ๆ 3 ชั่วโมง การมีน้ำนมอย่างเพียงพอในสต๊อกนั้นสำคัญมาก นั่นหมายถึง ลูก ๆ จะได้รับสารอาหารจากนมของคุณแม่ได้อย่างเต็มที่ เพราะน้ำนมของคุณแม่คือสารอาหารที่ดีที่สุด แต่หากคุณแม่ท่านใดน้ำนมไม่พอ สามารถเลี้ยงลูกแฝดด้วยนมผสมได้คะ การเลี้ยงลูกแฝดนั้นห้ามเครียด ทำใจให้สบายในการเลี้ยงลูก เพราะการเลี้ยงดูและการอบรมด้วยความรักตั้งแต่เด็ก มีส่วนสำคัญต่ออารมณ์ของลูก ๆ ในตอนโต ที่สำคัญคุณแม่ต้องคอยสังเกตพัฒนาการของลูก ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะเด็กฝาแฝดมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดมากถึง 80% นั่นหมายถึงเด็กฝาแฝดจะมีพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กในรุ่นเดียวกัน แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะหากลูก ๆ พ้นช่วง 6 เดือนไปแล้ว พวกเขาจะเริ่มมีพัฒนาการตามทันเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกัน และที่สำคัญ เด็กฝาแฝดมีพัฒนาการทางอารมณ์เร็วมาก ๆ การติดตามพัฒนาการโดยรวม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อและคุณแม่ควรใส่ใจมากเป็นพิเศษ

ครอบครัวไหนที่อยากได้ลูกแฝด ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ล้ำสมัยมากขึ้น หากคุณแม่ท่านใดอยากได้ลูกฝาแฝดลองปรึกษาคุณหมอที่เชี่ยวชาญเรื่องการมีบุตรยากดูได้ เพราะครอบครัวที่ได้ฝาแฝดส่วนใหญ่ได้จะมาจากการทำ IVF ทั้งนี้จะติดแฝดหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยโดยรวมของคุณแม่ ความสมบูรณ์ของไข่และการฝังตัวของตัวอ่อนด้วย ไม่ว่าจะได้ลูกคนเดียวหรือลูกฝาแฝดอย่าลืมใส่ใจตั้งแต่ระหว่างการตั้งครรภ์ และระหว่างที่พวกเขาเจริญเติบโตด้วย ควรเลี้ยงดูเขาด้วยความรักและความเข้าใจ เป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยล่ะ

 

การเปลี่ยนแปลงที่ควรรู้ กับเหตุการณ์ครั้งสำคัญของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์

เมื่อคุณแม่รู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์ ควรใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ โภชนาการ อาหารเสริม วิตามินต่าง ๆ และระมัดระวังตัวเสมอ ยิ่งอายุครรภ์เพิ่มขึ้นมากเท่าใด ความเสี่ยงก็จะมีมากขึ้น ฉะนั้นเราควรดูแลตนเองให้ดีตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ ในแต่ละสัปดาห์ร่างกายของคุณแม่และทารกในครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกย่างก้าวของแม่มีความสำคัญต่อลูก การทราบข้อมูลต่าง ๆ จะทำให้คุณแม่ตัดสินใจได้ดีขึ้น เราจึงจะขออธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของทารกตั้งแต่สัปดาห์แรก จนถึง 12 สัปดาห์ เพื่อให้คุณแม่มีความพร้อมทั้งทางร่ายกายและจิตใจ ให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

  • ช่วงสัปดาห์แรก – 4 สัปดาห์

ในช่วงสัปดาห์แรกถึง4สัปดาห์ คุณแม่อาจจะยังไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ แต่หากประจำเดือนขาดควรซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ หากไม่มั่นใจว่าท้องหรือไม่ สามารถไปโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อขอเจาะเลือดตรวจดูว่าตั้งครรภ์หรือไม่ หากผลออกมาว่าตั้งครรภ์ ให้คุณแม่ฝากท้องทันที จากนั้นคุณหมอจะให้ยาเสริมมากินควบคู่กับยาเสริมบำรุงต่าง ๆ เช่น แคลเซียม โฟเลตและวิตามินต่าง ๆ หลังจากนั้นคุณแม่ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายแบบเบา ๆ ได้ ในช่วง 4 สัปดาห์แรก การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของคุณแม่ยังมีไม่มาก เพราะการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นภายในมากกว่า การพัฒนาตัวอ่อนจะเร็วมาก คุณแม่จะต้องนอนให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ทารกพัฒนาสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

  • ช่วงสัปดาห์ที่ 5 – 8

ตัวอ่อนเริ่มมีการเจริญเติบโตมากขึ้น เริ่มมีตา จมูก ปาก แขน ขา เริ่มเริ่มมีการสร้างนิ้วมือ มีขนาดเท่ากับลูกเชอรี่ การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่ อาจจะมีอาการหน้ามืด อ่อนเพลีย อยากนอน อยากของเปรี้ยว อ้วก เหม็นอาหารที่เคยทาน ทำให้ทานอาหารได้น้อยลง หากคุณแม่มีน้ำหนักลดลงไม่ต้องกังวลไป เนื่องจากการทานได้น้อยลง จะทำให้น้ำหนักตัวลด วิธีที่จะทำให้กินได้ปกติคือ ต้องหมั่นกินทีละน้อย ๆ แต่บ่อยขึ้น แต่ถ้าคุณแม่ที่ไม่มีอาการแพ้ท้องเลยถือว่าโชคดีมาก และควรทานอาหารจำพวกโปรตีน ผัก ผลไม้ที่ไม่หวานมาก ไม่ควรทานของหมักของดองหรืออาหารสำเร็จรูป เพราะอาจจะทำให้ส่งผลกระทบต่อลูกได้

  • ช่วงสัปดาห์ที่ 9 – 12

ทารกเริ่มมีอวัยวะครบถ้วนและสามารถขยับตัวได้ แต่คุณแม่จะไม่รู้สึกเพราะทารกตัวเล็กมาก ในช่วงนี้คุณแม่จะยังสามารถแพ้ท้องได้เรื่อย ๆ หน้าท้องนูนขึ้น ท้องจะเริ่มแตกลาย มีอาการหงุดหงิด นอนไม่หลับร่วมด้วย และเมื่อไปหาหมอ คุณหมอจะตรวจร่างกายอย่างละเอียด ตรวจการเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์ สิ่งที่สำคัญในช่วงนี้ยังคงเป็นเรื่องของสุขภาพและโภชนาการ หากคุณแม่จำเป็นต้องทานยาอื่น ๆ ควรปรึกษาคุณหมอก่อนทาน เพราะยาบางตัวอาจจะมีผลกระทบต่อลูก หากคุณแม่ท่านใดที่มีความเครียด ควรนอนพักผ่อนให้สบาย ไม่ต้องคิดมาก ถ้าช่วงนี้ยังต้องทำงานหนักอยู่ ควรทำงานให้น้อยลง ไม่ยกของหนัก เพื่อป้องกันการแท้งในช่วง 12 สัปดาห์นี้

ทั้งหมดนี้เป็นความรู้เบื้องต้น ที่จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่ปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง ไม่ต้องกังวลใจระหว่างตั้งครรภ์ การทานอาหารมีประโยชน์ ออกกำลังกายเบา ๆ และปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะทำให้ทั้งคุณและลูกปลอดภัยแน่นอน