สุดช็อก ท้องแล้วทำไมมีประจำเดือนได้อีก


ว่าที่คุณแม่คนใหม่ที่เพิ่งดีอกดีใจกับการตั้งครรภ์ครั้งแรก จู่ ๆ ก็พบว่ามีเลือดไหลทางช่องคลอด ท้องแล้วทำไมเลือดออก หรือว่าเป็นเลือดประจำเดือน หรือว่าไม่ได้ท้องจริง ๆ เหตุการณ์แบบนี้เป็นใครก็ต้องตกใจ แต่ก่อนที่จะคิดหนักและเป็นกังวลมากไปกว่านี้ ลองสังเกตอาการตัวเองอีกครั้งว่าเลือดที่ออกมานั้นมีลักษณะเป็นอย่างไรถ้าคุณตั้งครรภ์จริง ๆ เลือดนั้นไม่ใช่ประจำเดือนอย่างแน่นอน แต่อาจเกิดจากสาเหตุอื่นซึ่งมีทั้งสาเหตุที่เป็นสัญญาณอันตรายและที่เป็นเหตุการณ์ปกติของหญิงตั้งครรภ์

อาการเลือดออกที่เป็นสัญญาณอันตราย มีลักษณะอย่างไร

อาการที่ต้องรีบพบหมออย่างเร็วที่สุดคือมีเลือดไหลมากผิดปกติ ลักษณะเป็นเลือดสดใหม่และปวดท้องร่วมด้วย ซึ่งสาเหตุหลายอย่าง อย่างแรกอาจเกิดจากผนังมดลูกฉีกขาดเพราะถูกแรงกระแทกที่หน้าท้อง หรือได้รับอุบัติเหตุ เช่นเดินชน หรือล้ม ผู้ที่เริ่มตั้งครรภ์ใหม่ ๆ แม้ว่าตัวคุณเองจะเป็นคนแข็งแรงดีก็ตาม แต่ผนังมดลูกและตัวอ่อนน้อย ๆ ยังไม่แข็งแรงเท่าคุณ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังตัวเองเป็นพิเศษ

การมีเลือดออกแบบผิดปกติยังอาจมีสาเหตุจากเนื้องอกในมดลูก และเมื่อตัวอ่อนเริ่มเข้าไปฝังตัวในบริเวณที่เป็นเนื้องอกนั้น เลือดก็จะไหลออกมา สาเหตุนอกเหนือจากนี้คือการฟอร์มตัวของตัวอ่อนเป็นไปอย่างไม่สมบูรณ์ หรือตัวอ่อนฝังตัวในตำแหน่งที่ไม่ควรจะเป็น ดังที่เรียกว่าตั้งครรภ์นอกมดลูกนั่นเอง สาเหตุเหล่านี้ล้วนเป็นอันตราย และไม่สามารถปล่อยให้ครรภ์เติบโตต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ประสบปัญหาไม่ต้องเสียใจเพราะคุณยังมีโอกาสเป็นคุณแม่ได้อีกโดยการดูแลสุขภาพให้ดีเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ครั้งใหม่

อาการเลือดออกแบบปกติที่ไม่เลวร้าย และไม่ต้องตกใจกลัว

ช่วงประมาณสัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์อาจมีเลือดออกได้ ผู้หญิงบางคนไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ และพอเลือดไหลออกมา ก็เข้าใจว่าเป็นประจำเดือน แต่จริง ๆ แล้วเป็นเลือดจากการที่ตัวอ่อนกำลังเริ่มฝังตัวในบริเวณมดลูก และในระหว่างการฝังตัวนี้ เส้นเลือดฝอยบริเวณนั้นฉีกขาดเล็กน้อย ทำให้มีเลือดซึมออกมาแต่ไม่มาก เลือดจะมีลักษณะเป็นสีจาง ๆ โดยไม่มีอาการปวดท้อง จึงไม่ต้องตกใจ เลือดออกแบบนี้ไม่มีอันตราย เพราะเมื่อการฝังตัวอ่อนเสร็จสิ้นกระบวนการ เลือดจะหยุดไหลไปเองอาจใช้เวลาแค่ 1 – 2 วันเท่านั้น

คุณแม่บางคนมีเลือดออกในลักษณะเหมือนเลือดค้างเก่าคล้าย ๆ ประจำเดือนใกล้หมด และไหลแบบกะปริบกะปรอยโดยไม่รู้สึกปวดท้อง อาการแบบนี้ไม่ต้องตกใจเช่นกันเพราะสาเหตุของเลือดออกอาจเป็นเพียงแค่แผลเล็กถลอกเล็กน้อยที่บริเวณมดลูก เนื่องจากการถูกเสียดสี หรืออีกกรณีหนึ่งคือเกิดจากมดลูกติดเชื้อเพราะมีตกขาวมาก กรณีนี้ไม่อันตรายต่อทารกในครรภ์ เพียงแต่ต้องรักษาให้ถูกต้องโดยการพบหมอและใช้ยาที่หมอจัดให้เท่านั้น

การตั้งครรภ์ เป็นภารกิจใหญ่ของว่าที่คุณแม่ตลอดระยะเวลาเก้าเดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในการที่จะต้องรับผิดชอบต่อชีวิตน้อย ๆ ด้วยความมีสติ และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้คิดบวกไว้เสมอ แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

ไม่ใช่คืนหลอน แต่ลูกร้องลั่นอย่างไร้สาเหตุเพราะอาการโคลิค


ถ้าคุณแม่เจอเหตุการณ์แบบนี้อาจตกใจ จู่ ๆ ลูกวัยยังไม่ถึงเดือนก็ร้องไห้จ้าเหมือนโดนทำร้ายหรือเจ็บตรงไหนสักอย่าง ให้นมก็ไม่ยอมกิน อุ้มก็ไม่หยุดร้อง จะให้กินยาก็ไม่รู้ว่าจะต้องเป็นยาอะไรส่วนใหญ่จะร้องในตอนกลางคืน ร้องหลายชั่วโมงจนกระทั่งหยุดไปเอง แต่ก็ทำเอาคุณพ่อคุณแม่อดนอนจนเกือบถึงเช้า

ถ้าเล่าให้ปู่ย่าตายายฟังถึงอาการที่ลูกเป็น ท่านก็คงไม่ตกใจเท่าไร ผู้ใหญ่สมัยก่อนมักจะเรียกอาการนี้ว่า เด็กร้องสามเดือน โดยท่านเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าร้องทำไม บางคนใช้วิธีทายามหาหิงคุ์ที่บริเวณท้องแต่เด็กก็หยุดร้องบ้างไม่หยุดบ้าง ว่ากันว่าต้องรอให้ครบสามเดือนจึงจะหายเป็นปลิดทิ้ง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอาการของเด็กทารกแรกเกิด คุณแม่ได้ยินแล้วคงหนักใจ จะมีวิธีใดที่ดีกว่าการรอคอยให้ครบสามเดือนหรือไม่

วิธีที่ทำได้คือคุณแม่ต้องลองสำรวจอาการของลูกน้อยดูอีกที หรือพาไปหาหมอตรวจดูว่าลูกเป็นโรคอะไรหรือไม่, อวัยวะส่วนใดผิดปกติทำให้เจ็บปวดไหม, ลูกกินนมได้ตามปกติหรือกินไม่ได้เลย, การขับถ่ายเป็นอย่างไร ถ้าคุณหมอตรวจดูไม่พบความผิดปกติใด ๆ ก็สามารถสรุปได้ว่านี่คืออาการร้องแบบโคลิค เป็นอาการที่เกิดจากความไม่สบายตัวของเด็กทารกคือเด็กอาจจะแน่นท้องจากการกินนมมาตลอดทั้งวัน หรือนมไม่ย่อยทำให้ปวดท้อง ถ้าเด็กร้องมาก ๆ คุณหมออาจให้ยาประเภทขับลม เด็กบางคนเมื่อได้ยาแล้วก็ยังร้องอยู่ อาจเป็นเพราะเขาไม่สบายตัวเพราะสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น การทำงานของลำไส้ไม่เป็นปกติ อย่างไรก็ตามสาเหตุเหล่านี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานซึ่งไม่มีข้อสรุปแน่ชัดสำหรับเด็กแต่ละคน สิ่งที่น่าจะเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ก็คือระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายทารกวัยไม่ถึง  1 เดือนนั้นยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ จึงทำให้เด็กมีอาการร้องแบบโคลิค

โคลิคไม่ได้เกิดกับเด็กทารกทุกคนเสมอไป บางคนเลี้ยงง่ายไม่ร้องสักคืนเดียว ก็เลยเป็นความชิล ๆ ของคุณพ่อคุณแม่ไป ส่วนครอบครัวไหนที่ลูกเล็กร้องโคลิคมาก ๆ ก็ขอให้อดทนและไม่ต้องเป็นกังวลแต่อย่างใด การร้องแบบโคลิคไม่เป็นอันตรายต่อเด็กเพราะเมื่อลูกโตขึ้น มีพัฒนาการทางร่างกายดีขึ้น อวัยวะทุกส่วนเติบโตสมบูรณ์ดี เขาก็จะไม่ร้องกวนใจคุณพ่อคุณแม่อีก เอาเป็นว่าในช่วงที่ลูกยังร้องลั่นทุกคืนแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติให้ดีพร้อมกับทำสมาธิเพื่อไม่ให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดโมโห คุณพ่อคุณแม่อาจใช้วิธีปรับเวลานอนของตัวเองใหม่เป็นการชั่วคราว เพราะเด็กที่ร้องกลางคืนมักจะนอนกลางวันนาน ลูกนอนตอนไหนเราก็นอนตอนนั้น ส่วนเวลาที่ลูกร้องก็ผลัดเวรกันอุ้มลูก สองแรงแข็งขันรับรองว่าผ่านฉลุย

ดูการ์ตูน Soundtrack ยังไม่ทันเข้าเรียน ลูกก็พูดอังกฤษได้แล้ว


เด็กเล็กสมัยนี้ฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่อง ไม่ใช่แค่นั้นบางคนยังพูดได้เป็นประโยค ทั้งที่ยังไม่เข้าเรียนก็สามารถออกเสียงด้วยสำเนียงที่เป็นธรรมชาติใกล้เคียงเจ้าของภาษา ไม่ต้องสงสัยว่าคุณพ่อคุณแม่ของน้อง ๆ เขาทำอย่างไร เคล็ดลับอย่างหนึ่งก็คือ การให้ลูกดูการ์ตูน Soundtrack

ไม่มีเด็กคนไหนปฏิเสธการ์ตูน แม้แต่เด็กที่โตแล้วก็ตาม เด็กส่วนใหญ่จะอยู่กับการ์ตูนไปจนถึงวัยเรียนชั้นประถม หรืออาจมัธยมต้น ๆ เลยด้วยซ้ำ การให้ลูกดูการ์ตูนจะไม่ใช่เรื่องไร้สาระเลย ถ้าหากว่าคุณพ่อคุณแม่เพิ่มคุณภาพการดูการ์ตูนโดยเลือกชุดที่เป็น Soundtrack ให้ลูกดู และการที่จะให้ลูกได้ดูการ์ตูน Soundtrack นั้นควรเริ่มตั้งแต่วัยทารก หลายคนอาจมองว่าการให้ทารกดูการ์ตูนไม่น่าจะเป็นสันทนาการที่เหมาะกับวัยเพราะถึงแม้จะเปิดไปเด็กก็ไม่ได้ดูหรือดูไม่รู้เรื่อง จริงอยู่ที่ว่าทารกจะนอนยาวรวมแล้ววันละ 16 – 20 ชั่วโมง แต่มีงานวิจัยเกี่ยวกับคลื่นสมองของทารกอายุไม่เกิน 1 ขวบครึ่งพบว่า ไม่ว่าทารกจะหลับหรือตื่นอยู่ คลื่นสมองของเด็กตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งหมายถึงเด็กทารกสามารถรับรู้จากประสาทสัมผัสทางการได้ยิน อาจเป็นเสียงการ์ตูนที่เปิดจากทีวีหรือเสียงเพลง เสียงนิทานที่เป็นภาษาอังกฤษ

ประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยการ์ตูน Soundtrack รวมทั้งการเปิดนิทานหรือเพลงให้ฟังตั้งแต่วัยทารกเป็นการสร้างความคุ้นเคยให้เด็ก สำหรับการ์ตูนนั้นถึงแม้ว่าทารกยังดูไม่เป็นแต่คุณพ่อคุณแม่สามารถเปิดเพื่อสร้างความคุ้นเคย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อลูกในเวลาที่เขาโตขึ้น ลูกจะไม่ปฏิเสธการดู Soundtrack และเขาก็พอใจที่จะดูมากกว่าการ์ตูนพากย์ไทย เมื่อถึงช่วงวัยต่อไปที่ลูกเริ่มสนใจภาพยนตร์ เขาก็จะเลือกดูภาพยนตร์ที่เป็น Soundtrack ด้วยเช่นกัน ลูกจะได้รับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบเป็นธรรมชาติ เหมือนเขาได้อยู่ใกล้ชิดกับชาวต่างชาติและซึมซับสำเนียงภาษาอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีความเข้าใจและสามารถพูดตามได้ดียิ่งขึ้น

คุณพ่อคุณแม่บางครอบครัวให้ลูกดูการ์ตูนหรือภาพยนตร์ Soundtrack ตอนโตแต่ลูกกลับไม่ชอบ และปฏิเสธว่าไม่สนุก นั่นเป็นเพราะลูกไม่คุ้นเคยมาก่อน เขาจึงรู้สึกอยากดูพากย์ไทยมากกว่าเพราะฟังรู้เรื่องและได้ฟีลกว่า ซึ่งก็จะเป็นการยากที่จะบังคับในช่วงเวลานั้น เด็กโตไม่ชอบการบังคับและอาจต่อต้าน การเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนอาจช่วยได้ แต่คงได้ผลไม่เท่ากับการเริ่มต้นเสริมสร้างพัฒนาการมาตั้งแต่วัยทารก เด็กที่เติบโตมากับสื่อที่เป็นภาษาอังกฤษไม่ว่าการ์ตูน ภาพยนตร์ รายการทีวี รายการวิทยุ จะเป็นเด็กที่เก่งภาษาอย่างน่าทึ่ง

ภาษาอังกฤษมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตทั้งในยุคนี้และยุคต่อ ๆไปในช่วงวัยที่ลูก ๆ ของเราต่างเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน พวกเขาจำเป็นจะต้องใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น เด็กที่เก่งภาษาจะมีความได้เปรียบมากกว่า อยากให้ลูกเก่งภาษา เริ่มต้นง่าย ๆ แบบนี้ได้ตั้งแต่วัยทารก

เริ่มป้อนอาหารลูก เรื่องง่าย ๆ แค่ปอกกล้วย

พัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละ Step เป็นเรื่องที่น่าลุ้นเสมอสำหรับคุณแม่มือใหม่ แม้กระทั่งอาหารก็ยังเป็นเรื่องกังวลใจของคุณแม่ไม่น้อย โดยเฉพาะอาหารมื้อแรกเป็นเรื่องไม่ง่าย เพราะมีหลายข้อสงสัยที่คุณแม่ยังคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดีกับมื้อนี้ของหนู

ลูกยังไม่หย่านมเลย จะป้อนอาหารได้แล้วหรือ

การเริ่มต้นให้เด็กทารกกินอาหารที่เรียกว่า Solid Food สามารถทำได้ควบคู่ไปกับการให้นม เพียงแต่คุณแม่ต้องสังเกตดูพัฒนาการทางร่างกายของลูกว่าพร้อมรับอาหารหรือยัง ธรรมชาติของเด็กทารกเมื่อถึงเวลาที่พร้อม เขาจะมีพฤติกรรมบางอย่างเป็นการบ่งบอกถึงความต้องการอาหาร คุณแม่อาจทดสอบง่าย ๆ ลองเอาช้อนเล็ก ๆ แตะปากลูกเบา ๆ ถ้าเขาอ้าปากก็แสดงว่าเริ่มมีสัญญาณแล้ว ถ้าลองอีกโดยการเอาช้อนใส่ในปาก หากว่าลูกไม่หันหน้าหนีหรือคายช้อนออกมา แสดงว่าถึงเวลาป้อนอาหาร Solid Food ได้แน่นอน โดยทั่วไปความพร้อมทางร่างกายทั้งระบบย่อยและขับถ่ายจะอยู่ในช่วงที่ลูกน้อยมีอายุประมาณ 6 เดือน แต่อาจจะช้าหรือเร็วกว่านี้ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเด็กแต่ละคน

ให้ลูกกินอะไร เคี้ยวอาหารไม่ได้ ฟันยังไม่ขึ้นสักหน่อย

Solid Food ไม่ใช่อาหารแข็งตามความหมายของคำว่า Solid แต่เป็นอาหารทารกที่มีส่วนผสมเป็นผัก ผลไม้ ฯลฯ ที่ย่อยง่ายมีเนื้อเหลวเด็กสามารถกลืนได้ง่าย แน่นอนว่าต้องไม่ใช่อาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารชนิดหนึ่งที่เหมาะที่สุดสำหรับทารกก็คือกล้วยน้ำว้าสุก อาจเลือกที่สุกมากหน่อยไม่ต้องถึงกับงอม นำมาปอกแล้วขูดใส่ถ้วยแค่ 1-2 ช้อนชา ผสมน้ำลงไปหน่อยเพื่อช่วยละลายเนื้อกล้วยให้เหลวขึ้นอีกนิด ค่อย ๆ ป้อนแค่ปลายช้อนชา ถ้าลูกเปิดรับทำปากขมุบขมิบก็แสดงว่าผ่าน

กินนิดเดียวต้องหิวแน่ ๆ ลูกจะปวดท้องไหมหนอ

การป้อนครั้งแรกไม่ต้องคาดหวังว่ากล้วยจะเข้าปากมากน้อยแค่ไหน กลืนบ้างคายบ้างคุณแม่อย่าเพิ่งซีเรียสไป แค่ให้ลูกได้ลิ้มลองเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรคุณแม่ยังคงต้องให้นมลูกเป็นอาหารหลักอยู่ดี Solid Food ถือว่าเป็นอาหารเสริม เมื่อลูกเริ่มกลืนได้ดีขึ้นและขับถ่ายเป็นปกติ จึงค่อย ๆ เพิ่มปริมาณและเพิ่มชนิดอาหาร เช่น ฟักทองบด แครอท ข้าวตุ๋น ผักโขม เน้นอาหารย่อยง่ายเป็นสำคัญ เรื่องปวดท้องเพราะไม่อิ่มไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่ถ้าปวดท้องเพราะไม่ย่อยหรือท้องผูกจะเป็นปัญหามากกว่า และที่ต้องให้ความสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความสะอาดเพราะอาจทำให้ลูกท้องเสียได้

อาหารมื้อแรกของลูก ไม่น่าตกใจอย่างที่คุณแม่หลายคนกลัว และไม่ยากเกินกว่าจะทำได้ ทั้งสำหรับคุณแม่และสำหรับลูกน้อย ที่สำคัญก็คือคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าลูกของเราทำไม่ได้เท่ากับคนอื่น ลูกเขากินเก่งลูกเราไม่ยอมกิน ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติของเด็กแต่ละคน ให้เขาเติบโตและมีพัฒนาการตามวัยอย่างเหมาะสม นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยของคุณ