น้ำคาวปลาหลังคลอดจะหมดเมื่อไหร่ แบบไหนที่เรียกว่าผิดปกติ

หลังคลอดลูก สิ่งที่คุณแม่ทุกคนจะต้องเตรียมรับมือ ก็คือน้ำคาวปลานั่นเอง โดยระยะแรกจะมีสีแดงสดจนน่าตกใจ แต่ก็ไม่ต้องกังวลเพราะเป็นเรื่องปกติ และจะเป็นสีแดงสดแค่ 3-4 วันแรกเท่านั้น จากนั้นน้ำคาวปลาก็จะเปลี่ยนเป็นสีชมพูตุ่น ๆ และเป็นสีขาวอมเหลืองจนหมดไป โดยวันนี้เราก็จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำคาวปลากัน รวมถึงวิธีสังเกตเมื่อน้ำคาวปลาผิดปกติด้วย

น้ำคาวปลาหลังคลอด หมดเมื่อไหร่

โดยส่วนใหญ่น้ำคาวปลาหลังคลอดจะมีอยู่ประมาณ 20-28 วัน ซึ่งจะหมดเร็วหมดช้าก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย ดังนั้นจึงไม่ต้องตกใจหากพบว่าน้ำคาวปลาของตนเองหมดช้ากว่าของคนอื่น ตราบใดที่ยังอยู่ในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ก็เป็นเรื่องปกติแน่นอน

น้ำคาวปลาแบบไหน ผิดปกติ

เป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องใส่ใจและคอยสังเกตอยู่เสมอ เพราะบางคนอาจมีปัญหาน้ำคาวปลาผิดปกติได้ ซึ่งก็อันตรายเป็นมาก โดยหากพบความผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรรีบไปหาหมอโดยด่วน

1.น้ำคาวปลาเป็นสีแดงสดนานเกินไป

ตามปกติแล้ว น้ำคาวปลาจะเป็นสีแดงสดแค่ 3-4 วันเท่านั้น ซึ่งหากพบว่าน้ำคาวปลาเป็นสีแดงสดนานเกินไป ควรไปหาหมอทันที เพราะอาจมีความผิดปกติในช่องคลอดเกิดขึ้น หรืออาจมีภาวะตกเลือด ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว

2.มีลิ่มเลือดใหญ่กว่าลูกกอล์ฟ

น้ำคาวปลา อาจมีลิ่มเลือดออกมาได้บ้าง แต่ถ้ามีขนาดใหญ่กว่าลูกกอล์ฟ ก็แสดงว่าผิดปกติแล้วล่ะ ซึ่งไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายมาก

3.มีอาการปวดท้องมาก

คุณแม่หลังคลอดอาจมีอาการปวดท้องได้บ้าง แต่หากพบว่ามีอาการปวดอย่างรุนแรง และต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะหากมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ของน้ำคาวปลาร่วมด้วย ควรไปหาหมอทันที

4.มีอาการหนาวสั่น

หนาวสั่นหลังคลอด เกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ เพราะฮอร์โมนในร่างกายยังไม่สมดุล แต่ถ้าอาการหนาวสั่นมาพร้อมกับอาการไข้ หรืออาการผิดปกติของน้ำคาวปลา ก็ไม่ควรชะล่าใจเลยเชียว

5.มีกลิ่นเหม็น

น้ำคาวปลาจะไม่มีกลิ่นเหม็น ดังนั้นหากน้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็นเน่าผิดแปลกไปจากเดิม รวมถึงมีอาการแสบ คันร่วมด้วย นั่นเป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่าคุณมีปัญหาน้ำคาวปลาผิดปกติ ซึ่งก็อาจเป็นอันตรายได้มากทีเดียว

ทำอย่างไรเมื่อน้ำคาวปลา ผิดปกติ

หากพบว่าน้ำคาวปลามีความผิดปกติ หรือสงสัยว่าอาจจะผิดปกติ ให้คุณแม่ไปหาหมอในทันที เพื่อที่หมอจะได้ทำการตรวจให้แน่ชัด ว่าผิดปกติจริงหรือไม่ และเป็นเพราะสาเหตุอะไร ทั้งนี้ก็จะได้รักษาได้ทันและรักษาอย่างถูกวิธีด้วยนั่นเอง

น้ำคาวปลาหลังคลอด เป็นสิ่งที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้นอย่าลืมสังเกตอยู่เสมอ ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับน้ำคาวปลาหรือไม่ หากพบก็ให้ไปหาหมอทันทีอย่าปล่อยไว้นานจนเป็นอันตรายเด็ดขาด นอกจากนี้ก็ควรสังเกตความผิดปกติอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะหลังคลอดเป็นช่วงที่คุณแม่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนสูง จึงต้องดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษนั่นเอง

5 กิจกรรม ช่วยเสริมพัฒนาการลูกน้อยวัย 4 เดือน

พัฒนาการของลูกน้อยจะเป็นไปตามวัยก็จริง แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีของพวกเขาด้วย โดยเราก็มี 5 กิจกรรมเสริมพัฒนาการลูกน้อยวัย 4 เดือน ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำร่วมกับลูกมาแนะนำกัน ใครที่อยากให้ลูกรักมีพัฒนาการที่ดีและสมวัย ก็ต้องมาลองทำตามกันเลย

1.เล่นจ๊ะเอ๋

วัยนี้ลูกสามารถมองเห็นและรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้แล้ว ดังนั้นจึงสามารถเล่นจ๊ะเอ๋กับลูกได้ ซึ่งการเล่นจ๊ะเอ๋จะช่วยฝึกให้ลูกมีปฏิกิริยาตอบรับมากขึ้น นั่นคือ เมื่อคุณแม่หายไปเขาก็จะมองหา และเมื่อคุณแม่โผล่มาจ๊ะเอ๋ เขาก็จะตกใจเล็กน้อยและหัวเราะดีใจนั่นเอง อีกทั้งการเล่นจ๊ะเอ๋บ่อย ๆ ก็จะช่วยพัฒนาสมองทำให้ลูกฉลาดอีกด้วย เพราะฉะนั้นห้ามพลาด

2.ร้องเพลง

แทนที่จะเปิดเพลงหรือเสียงดนตรีให้ลูกฟัง ลองเปลี่ยนมาร้องเพลงด้วยตัวเองกันดีไหม เพราะลูกจะชอบฟังเสียงของคุณพ่อคุณแม่มากกว่า โดยการร้องเพลงจะกระตุ้นพัฒนาการด้านอารมณ์และด้านการฟังให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี ทั้งยังทำให้เขามีสมาธิมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกล่อมให้ลูกนอนหลับได้อย่างง่ายดายกว่าเดิมอีกด้วย

3.เล่านิทาน

ไม่ต้องรอให้ลูกพูดได้ถึงจะเล่านิทานให้ฟัง เพราะลูกสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่วัย 4 เดือน ดังนั้นคุณแม่จึงควรเริ่มเล่านิทานให้ลูกฟังตั้งแต่ตอนนี้ โดยอาจจะใช้โทนเสียงสูงต่ำในการเล่าเพื่อเพิ่มอรรถรสในการฟัง และทำให้ลูกรู้สึกสนุกสนานมากกว่าเดิม ซึ่งคุณแม่สามารถเล่านิทานให้ลูกฟังได้ตลอดทั้งวันเลยทีเดียว

4.ฝึกลูกนั่ง

วัย 4 เดือน เป็นวัยที่ลูกเริ่มนั่งแล้ว คุณแม่จึงควรช่วยเสริมพัฒนาการด้านนี้ให้กับลูกอีกที ด้วยการช่วยจับลูกนั่ง หรืออาจนำหมอนนำผ้าห่มมาหนุนหลังลูกไว้ ให้ลูกได้อยู่ในท่านั่งบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้ลูกนั่งด้วยตัวเองได้เร็วมากขึ้น แต่ถึงแม้ว่าลูกจะนั่งได้ช้ากว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกันก็ไม่ต้องกังวล เพราะเด็กแต่ละคนอาจมีพัฒนาการที่ต่างกันไปนั่นเอง

5.พูดคุยกับลูก

การพูดคุยกับลูกบ่อย ๆ จะช่วยเสริมพัฒนาการทางด้านภาษาและการพูดได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเด็กวัยนี้จะเริ่มตอบรับด้วยเสียงอ้อแอ้ และเริ่มจดจำคำพูดของพ่อแม่เพื่อเลียนแบบ โดยหากคุณพูดกับลูกเป็นประจำ ก็จะทำให้ลูกพูดได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน และยังเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ลูกได้อีกด้วย ซึ่งก็ขอแนะนำให้พูดกับลูกด้วยคำสั้น ๆ ก่อน เช่น หม่ำ ๆ แม่ พ่อ เพราะเด็กจะจดจำคำสั้น ๆ เหล่านี้ได้ดีกว่า

พัฒนาการเด็กเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งพ่อแม่ก็ควรมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีให้กับลูกด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลืมนำ 5 กิจกรรมเหล่านี้ไปทำกับลูกน้อยของคุณในวัย 4 เดือนบ่อย ๆ แล้วเขาจะมีพัฒนาการที่ดี สมวัยแน่นอน