ดูการ์ตูน Soundtrack ยังไม่ทันเข้าเรียน ลูกก็พูดอังกฤษได้แล้ว


เด็กเล็กสมัยนี้ฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่อง ไม่ใช่แค่นั้นบางคนยังพูดได้เป็นประโยค ทั้งที่ยังไม่เข้าเรียนก็สามารถออกเสียงด้วยสำเนียงที่เป็นธรรมชาติใกล้เคียงเจ้าของภาษา ไม่ต้องสงสัยว่าคุณพ่อคุณแม่ของน้อง ๆ เขาทำอย่างไร เคล็ดลับอย่างหนึ่งก็คือ การให้ลูกดูการ์ตูน Soundtrack

ไม่มีเด็กคนไหนปฏิเสธการ์ตูน แม้แต่เด็กที่โตแล้วก็ตาม เด็กส่วนใหญ่จะอยู่กับการ์ตูนไปจนถึงวัยเรียนชั้นประถม หรืออาจมัธยมต้น ๆ เลยด้วยซ้ำ การให้ลูกดูการ์ตูนจะไม่ใช่เรื่องไร้สาระเลย ถ้าหากว่าคุณพ่อคุณแม่เพิ่มคุณภาพการดูการ์ตูนโดยเลือกชุดที่เป็น Soundtrack ให้ลูกดู และการที่จะให้ลูกได้ดูการ์ตูน Soundtrack นั้นควรเริ่มตั้งแต่วัยทารก หลายคนอาจมองว่าการให้ทารกดูการ์ตูนไม่น่าจะเป็นสันทนาการที่เหมาะกับวัยเพราะถึงแม้จะเปิดไปเด็กก็ไม่ได้ดูหรือดูไม่รู้เรื่อง จริงอยู่ที่ว่าทารกจะนอนยาวรวมแล้ววันละ 16 – 20 ชั่วโมง แต่มีงานวิจัยเกี่ยวกับคลื่นสมองของทารกอายุไม่เกิน 1 ขวบครึ่งพบว่า ไม่ว่าทารกจะหลับหรือตื่นอยู่ คลื่นสมองของเด็กตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งหมายถึงเด็กทารกสามารถรับรู้จากประสาทสัมผัสทางการได้ยิน อาจเป็นเสียงการ์ตูนที่เปิดจากทีวีหรือเสียงเพลง เสียงนิทานที่เป็นภาษาอังกฤษ

ประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยการ์ตูน Soundtrack รวมทั้งการเปิดนิทานหรือเพลงให้ฟังตั้งแต่วัยทารกเป็นการสร้างความคุ้นเคยให้เด็ก สำหรับการ์ตูนนั้นถึงแม้ว่าทารกยังดูไม่เป็นแต่คุณพ่อคุณแม่สามารถเปิดเพื่อสร้างความคุ้นเคย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อลูกในเวลาที่เขาโตขึ้น ลูกจะไม่ปฏิเสธการดู Soundtrack และเขาก็พอใจที่จะดูมากกว่าการ์ตูนพากย์ไทย เมื่อถึงช่วงวัยต่อไปที่ลูกเริ่มสนใจภาพยนตร์ เขาก็จะเลือกดูภาพยนตร์ที่เป็น Soundtrack ด้วยเช่นกัน ลูกจะได้รับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบเป็นธรรมชาติ เหมือนเขาได้อยู่ใกล้ชิดกับชาวต่างชาติและซึมซับสำเนียงภาษาอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีความเข้าใจและสามารถพูดตามได้ดียิ่งขึ้น

คุณพ่อคุณแม่บางครอบครัวให้ลูกดูการ์ตูนหรือภาพยนตร์ Soundtrack ตอนโตแต่ลูกกลับไม่ชอบ และปฏิเสธว่าไม่สนุก นั่นเป็นเพราะลูกไม่คุ้นเคยมาก่อน เขาจึงรู้สึกอยากดูพากย์ไทยมากกว่าเพราะฟังรู้เรื่องและได้ฟีลกว่า ซึ่งก็จะเป็นการยากที่จะบังคับในช่วงเวลานั้น เด็กโตไม่ชอบการบังคับและอาจต่อต้าน การเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนอาจช่วยได้ แต่คงได้ผลไม่เท่ากับการเริ่มต้นเสริมสร้างพัฒนาการมาตั้งแต่วัยทารก เด็กที่เติบโตมากับสื่อที่เป็นภาษาอังกฤษไม่ว่าการ์ตูน ภาพยนตร์ รายการทีวี รายการวิทยุ จะเป็นเด็กที่เก่งภาษาอย่างน่าทึ่ง

ภาษาอังกฤษมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตทั้งในยุคนี้และยุคต่อ ๆไปในช่วงวัยที่ลูก ๆ ของเราต่างเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน พวกเขาจำเป็นจะต้องใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น เด็กที่เก่งภาษาจะมีความได้เปรียบมากกว่า อยากให้ลูกเก่งภาษา เริ่มต้นง่าย ๆ แบบนี้ได้ตั้งแต่วัยทารก

สอนให้ลูกเล่นกลางแจ้ง เสริมสร้างพัฒนาการและภูมิคุ้มกันทางร่างกาย (อายุ3-12ปี)


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคดิจิตอลแบบนี้ เด็ก ๆ สามารถสื่อสารกันได้อย่างกว้างขวาง ได้มองเห็นโลกภายนอกมากขึ้น แต่การใช้เทคโนโลยีที่รวดเร็วแบบนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือทำให้ได้รับรู้สิ่งใหม่ ๆ แต่สื่อบางอย่างเป็นสื่อที่นำพาให้ไปในทางที่ไม่ดี ฉะนั้นเมื่อลูกโตขึ้น พ่อแม่ควรพาลูกออกไปเล่นกลางแจ้งบ่อย ๆ ถือว่าทำกิจกรรมกับคนในครอบครัวไปในตัว อย่าให้ลูกอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือหน้าจอโทรศัพท์บ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้จอประสาทตาเสื่อม เด็กบางรายถึงขั้นตาบอดไปตลอดชีวิต นั่นคือผลกระทบต่อการใช้เทคโนโลยีสื่อสารมากเกินจำเป็น การเล่นกลางแจ้งจึงเป็นการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกายและมีภูมิต้านทาน

ข้อดีของการให้ลูกเล่นกลางแจ้ง

  1. พัฒนาความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น
  2. ช่วยให้เด็กสามารถแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าได้
  3. ช่วยให้เด็กได้มีทักษะการเข้าสังคมได้ดียิ่งขึ้น
  4. ช่วยทำให้เด็กมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์
  5. การเล่นกลางแจ้งอาจจะทำให้เนื้อตัวเลอะโคลนไปบ้าง แต่การให้ลูกได้สัมผัสดิน เหมือนลูกได้สัมผัสสิ่งแปลกใหม่
  6. การเล่นกีฬาบางอย่างอาจชนะหรือแพ้ ลูกจะรู้จักให้อภัยและมีน้ำใจนักกีฬา
  7. การเล่นกลางแจ้งทำให้ได้ออกกำลังกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีภูมิต้านทาน

ข้อควรระวังในการเล่นกลางแจ้ง

  1. ระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุ หากเล่นน้ำพ่อแม่หรือผู้ปกครองควรอยู่ดูแลอย่าใกล้ชิด
  2. ระวังอย่าให้ลูกตากแดดนานเกินไป เพราะเสี่ยงผิวหนังไหม้และเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง
  3. หากเล่นทรายควรสอนให้ลูกเล่นอย่างระมัดระวัง อย่าเอาทรายเข้าปาก ระวังทรายเข้าตาเพราะในทรายและดินมักมีเชื้อโรคปนอยู่

ตัวอย่างการละเล่นกลางแจ้งและพัฒนาการด้านต่างๆ

  1. การเล่นฟุตบอล – ช่วยพัฒนาด้านการทำงานเป็นทีม ได้วิ่งออกกำลังกาย
  2. การเล่นลูกแก้ว – เด็กได้แข่งขันกัน รู้จักแพ้รู้จักชนะ มีน้ำใจนักกีฬา
  3. ชักกะเย่อ – ได้ออกกำลังแขนขา และความสามัคคีในทีม
  4. หมากเก็บ – ช่วยการพัฒนาทางคณิตศาสตร์ การนับเลข
  5. กระโดดยาง – ช่วยให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น
  6. วาดภาพระบายสี,หรือระบายสีตุ๊กตาปูนปั้น – ช่วยให้เด็ก ๆ มีความคิดสร้างสรรค์

การพัฒนาทางร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ของเด็กนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เราไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่า อุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ ตัวอย่างเช่นโทรศัพท์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต เป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ยุคนี้เข้าถึงง่ายมาก พ่อแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ควรให้เด็ก ๆ อยู่กับอุปกรณ์สื่อสารเหล่านี้นานเกินวันละ 2 ชั่วโมง เพราะการที่เด็ก ๆ อยู่กับสิ่ง ๆ หนึ่งนานมากเกินไป ย่อมมีผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจและความคิด เพิ่มความใส่ใจลูกสักนิด ปูพื้นฐานการใช้ชีวิตเขาให้ดี เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกในอนาคต

 

เรื่องน่าคิดต้องเตรียมพร้อมก่อนพาเจ้าตัวน้อยออกเที่ยวนอกบ้าน

การได้พักผ่อนโดยการเดินทางเปลี่ยนบรรยากาศไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ นอกจากจะทำให้ทุกคนสนุกสนานแล้ว ก็ยังทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเปี่ยมสุขเพราะมีเวลาได้อยู่ด้วยกัน อีกทั้งยังทำให้ลูกรักได้มีพัฒนาการ ได้พบ ได้เห็น ได้เจอ สิ่งต่าง ๆ ทำให้เกิดการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น แต่การจะพาเจ้าตัวน้อยไปด้วยในสถานที่ต่าง ๆ ในขณะที่อายุยังน้อยไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราเตรียมตัวให้พร้อม ก็รับมือกับสิ่งต่าง ๆ ได้สบาย ๆ

ของใช้จำเป็นในการพาลูกน้อยเดินทาง

ก่อนกำหนดการเดินทาง คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็ก จะต้องมีการเตรียมพร้อมให้ดี และเพื่อมิให้ลืมนั่นลืมนี่หละก็  ขอแนะนำให้ทำ Check List ของใช้ต่าง ๆ จะเป็นการดี รอบครอบ ครบทุก Item

ของใช้ประจำตัวลูก

  • ผ้าอ้อม
  • เบาะรองนอน
  • ผ้าเช็ดตัว
  • เสื้อผ้า / ถุงเท้า / รองเท้า
  • ชุดว่ายน้ำ/ของเล่นและสิ่งของป้องกันการเล่นน้ำ
  • ของเล่นที่ลูกชอบ หรือ ที่ลูกติด ขาดไม่ได้
  • ขวดนม / ขวดน้ำ / นมผง /อาหารเสริม/ กระปุกแบ่งนม / น้ำต้มสุก
  • อุปกรณ์อาบน้ำ (แชมพู/แปรงสีฟัน/ยาสีฟัน/หมวกกันน้ำ/ครีมอาบน้ำ ฯลฯ)
  • โลชั่นบำรุงผิว
  • ยารักษาโรคประจำตัว /ยาลดไข้เด็ก

ของใช้อำนวยความสะดวกและป้องกัน

  • รถเข็นเด็กแบบพับง่าย น้ำหนักเบา / Car Seat ติดรถ/ เป้อุ้มเด็ก
  • ร่ม / หมวก
  • ทิชชูเปียก
  • ครีมทากันแดด
  • ไฟฉาย
  • ถุงพลาสติกหูหิ้วใส่ขยะ ผ้าอ้อมใช้แล้ว หรือ เผื่อลูกน้อยอาเจียน
  • แผ่นรองปูพื้น
  • จุกปิดปลั๊กป้องกันไฟดูด
  • เจลล้างมือฆ่าเชื้อโรค
  • ครีมทาป้องกันแมลงสัตว์กัดต่อย / ยุง

ตรวจเช็คความพร้อมก่อนการเดินทาง

เช็คข้อมูลสถานที่พัก เส้นทางที่ใช้ สภาพพาหนะที่เดินทาง

ควรรู้ข้อมูลของสถานที่พักเพื่อเตรียมความพร้อมได้ดียิ่งขึ้น เช่น บริเวณที่พักเป็นต้นไม้เยอะ ควรเตรียมยาป้องกันแมลงสัตว์กันต่อยไปด้วย หรือสถานที่พักมีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ ให้บ้าง เส้นทางห่างไกลร้านค้า ก็จัดเตรียมอาหาร ขนม เผื่อไว้ การเดินทางเป็นแบบไหน รถยนต์ส่วนตัวเข้าถึงไหม เป็นต้น อีกทั้งในเรื่องของการตรวจสอบยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน  ควรนำรถเข้าตรวจเช็คสภาพยาง เบรก ห้องเครื่อง ทั้งนี้การมีเด็กเล็กควรจัดเตรียมคาร์ซีท ให้ลูกทุกครั้งเมื่อต้องเดินทางโดยรถยนต์ และควรหยุดพักรถเป็นระยะ ๆ เพื่อประสิทธิภาพของรถ และเพื่อลูกน้อยได้หยุดพัก ทานนม ทานน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม ลูกจะได้ไม่เครียด

เช็คสุขภาพร่างกาย

ก่อนจะพากันท่องเที่ยว  ควรเช็คสุขภาพ ร่างกาย ของทุกคนในครอบครัวให้พร้อมเสียก่อน  เพื่อจะเชื่อได้แน่ว่า ไม่มีใครเจ็บป่วย  หรือหากมีโรคประจำตัวก็ควรไปตรวจเช็คสุขภาพก่อนเดินทางล่วงหน้าเสียหน่อย   ตรวจวัดไข้เจ้าตัวน้อยสักรอบก่อนเดินทาง ทั้งนี้เพื่อการเดินทางครั้งนี้จะได้เป็นสิ่งที่จะนำพาความสุขกาย สุขใจ มาสู่ทุกคนในครอบครัว  แบบไร้กังวล

เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ไม่ว่าจะทั้งรถ ทั้งคน ทีนี้ก็ลุยกันได้แบบสบาย พกความพร้อมมาเต็มกระเป๋า แค่ไหนก็เอาอยู่ แล้วก็ได้เตรียมพลังเพื่อปลดปล่อยให้เต็มที่ยังที่ท่องเที่ยวกันทั้งครอบครัว