อาหารมีคุณ เพื่อคุณแม่ กลั่นสู่น้ำนมแด่ลูกรัก

 

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า น้ำนมแม่นั้นทรงคุณค่า นานาประโยชน์มากมายนัก แต่การจะทำให้น้ำนมแม่มีศักยภาพสำหรับลูกน้อยให้มากยิ่งขึ้นแล้วนั้น คุณแม่ควรที่จะบำรุงด้วยอาหารที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายในแต่ละมื้อ ในแต่ละวัน  เพราะในช่วงระยะเวลาระหว่างให้นมบุตรของคุณแม่ เป็นช่วงเวลานาทีทองก็ว่าได้ เพราะบางคนที่ต้องทำงานนอกบ้านไปด้วย เลี้ยงลูกด้วย บางครั้งน้ำนมอาจหายไปเองได้ในพริบตา ด้วยปัจจัยหลายอย่างจากสภาพแวดล้อม ฉะนั้นนาทีทองที่คุณแม่สามารถจะกอบโกยสิ่งที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย ก็ควรต้องตระหนักสักนิด เพื่อให้รู้ว่าอะไรที่มีประโยชน์ต่อน้ำนมคุณแม่

ฟักทอง

เป็นผักที่หาได้ง่ายและสามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู  และเราก็ได้ทราบคุณประโยชน์ของผักที่มีเนื้อด้านในสีเหลือง ที่เต็มได้ด้วยวิตามินต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เบต้าแคโรทีน และฟอสฟอรัส และยังช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณคุณแม่สดใส นอกจากนี้ยังช่วยคุณแม่ในการขับน้ำนมด้วย

มะละกอ

ในอาหารต่าง ๆ ที่คุณแม่ทานจะส่งผลต่อลูกน้อย บางชนิดทำให้ท้องผูก มะละกอเป็นผลไม้ที่จะช่วยลดปัญหาอาการท้องผูก ได้ดีเยี่ยม นอกจากสรรพคุณดังกล่าวแล้ว มะละกอยังมีวิตามิน เอ บี ซี ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส และที่สำคัญไม่แพ้กันคือเส้นใยอาหาร อีกทั้งยังเต็มไปด้วยเอนไซม์ที่ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

ตำลึง

                ผักใบเขียวที่หาทานได้ง่าย ๆ แต่ทรงคุณค่าทางโภชนาการยิ่งนัก โดยตำลึงมีโปรตีน วิตามินเอ วิตามิบีหนึ่ง วิตามินบีสอง วิตามินบีสาม วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก และเต็มไปด้วยเส้นใยอาหาร ทั้งนี้ตำลึงจัดเป็นผักที่ช่วยในการบำรุงเลือด บำรุงสายตา บำรุงระบบประสาท เมื่อคุณแม่รับประทานเข้าไปก็ผ่านต่อกระบวนการต่าง ๆ ภายในร่างกาย กลั่นกรองออกมาเป็นน้ำนมแม่ให้ลูกน้อยได้ดื่มกินและเสริมประโยชน์ให้ลูกได้อย่างมากมาย

กุยช่าย

กุยช่ายเป็นผักที่ถูกกล่าวขวบคู่กับหัวปลีในเรื่องการผลิตปริมาณน้ำนมมาเป็นเวลาช้านาน  อีกทั้งเป็นผักที่มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีน คาร์โบไฮเดรต รวมถึงวิตามินซี ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และช่วยคุณแม่ขับลมได้ในเวลาท้องอืด ท้องเฟ้อ

ปลาแซลมอน

ในปลาแซลมอนมีกรดไขมันที่เรียกว่าไขมันดี ซึ่งมีประโยชน์ต่อเด็กทารกและคุณแม่เป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากช่วยบำรุงน้ำนมแล้ว โอเมกา 3 ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองซึ่งจะทำให้ลูกน้อยมีความจำที่ดี เฉลียวฉลาด

การที่ลูกได้ดื่มน้ำนมมารดา เป็นการช่วยสร้างภูมิให้ร่างกายลูก และสื่อความรักจากแม่สู่ลูกได้เป็นอย่างดี และในขณะที่ลูกไม่สามารถต่อรองเรื่องอาหารได้ จึงเป็นช่วงนาทีทอง ที่ควรต้องไขว่คว้าไว้ มิเช่นนั้นคุณอาจเป็นคุณแม่ที่ปราศจากน้ำนมให้กับลูกน้อย เมื่อทราบแบบนี้แล้วอย่าลืมตั้งหลักใหม่ แล้วเริ่มปฏิบัติการ สร้างน้ำนมทรงประโยชน์ให้มาก ๆ เพื่อลูก

 

ช่วยคุณแม่มือใหม่ เตรียมผักทำอาหารได้แสนง่าย


                การเตรียมอาหารให้กับลูกน้อยวัยพึ่งเริ่มทานข้าวแทนนมได้แล้วนั้น เป็นอะไรที่ยุ่งยากพอสมควร เนื่องจากลูกต้องการสารอาหารที่มากขึ้นกว่าที่น้ำนมของแม่จะมีให้ และเป็นช่วงวัยที่มีพัฒนาการรวดเร็ว  ทำให้ต้องการสารอาหารหลากหลาย  อีกทั้งวัยที่เติบโตขึ้นสามารถเรียกร้อง และขยับตัวได้มากขึ้น ทำให้การเตรียมอาหารของคุณแม่ต้องยิ่งรวดเร็วแต่พร้อมด้วยคุณประโยชน์จากสารอาหารครบถ้วน

                ผักเป็นอาหารที่มีกากใย ช่วยในการขับถ่ายของเสียจากร่างกายได้ดีขึ้น แต่ลูกยังเล็กไม่สามารถจะทานผักได้ในปริมาณที่มาก และไม่สามารถทานผักชิ้นโตได้  อีกทั้งรสชาติที่ลูกสัมผัสแล้วอาจทำหน้าเบ้ใส่คุณแม่ได้ และการเตรียมผักในการทำอาหารให้ลูกก็ยังมีขั้นตอนหลายอย่าง เริ่มจากการล้าง การทำให้ชิ้นเล็ก การทำให้สุก หากเริ่มทำทุกอย่างต่อรอบการทำอาหารจะทำให้คุณแม่เสียเวลาอย่างมาก ดังนั้น วันนี้มาดูวิธีจัดเตรียมผักเพื่อลูกน้อยกัน แน่นอนคุณแม่จะร้องว๊าว เมื่อทุกอย่างสำเร็จ เตรียมพร้อมปรุง

ขั้นตอนการจัดเตรียม

ขั้นตอนที่ 1

นำผักต่าง ๆ  ที่ต้องการให้ลูกได้ทาน ไม่ว่าจะเป็น แครอท บรอกโคลี มะเขือเทศ ผักโขม ผักกาดขาว ฯลฯ นำผักแต่ละอย่างที่จัดเตรียมไว้มาล้างน้ำให้สะอาด ตัดขั้วหัวท้ายที่ไม่ใช้ทิ้งไป จากนั้นนำผักมาแช่น้ำ โดยใส่เกลือแกงลงไปประมาณ 1 กำมือต่อน้ำ 1.5 ลิตร โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที เพื่อกำจัดพวกสารเคมีตกค้าง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อลูกได้ จากนั้นนำมาล้างน้ำอีกรอบเพื่อความสะอาด 

ขั้นตอนที่ 2

นำผักแต่ละชนิด ใส่ลงในเครื่องสับอาหาร คุณแม่ควรใส่ผักทีละอย่าง เพื่อมิให้ผักปะปนกันเวลานำไปใช้ปรุงอาหาร หรือหากไม่มีเครื่องบดสับก็ใช้มีดธรรมดาแทนได้ ทำการสับผักสดแต่ละชนิด ให้ละเอียดทีละอย่าง

ขั้นตอนที่ 3

นำผักที่สับไว้แล้ว แต่ละชนิด หยอดใส่ลงในช่องทำน้ำแข็ง จากนั้นนำเข้าแช่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น รอจนผักจับตัวเป็นก้อนกันดีเสียก่อนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วแต่ประสิทธิภาพของตู้เย็น

ขั้นตอนที่ 4

นำก้อนผักออกจากช่องทำน้ำแข็ง ใส่รวมลงในกล่องถนอมอาหารแบบที่สามารถทนทานต่อช่องแช่แข็งของตู้เย็นได้ หรือ หากไม่มี คุณแม่สามารถนำถุงใส่น้ำนม มาใช้แทนได้เช่นกัน

ทั้งนี้ผักสดจะสามารถคงคุณค่าทางสารอาหารให้คุณแม่ไปได้นานเป็นเดือนเลย  หรือหากจะทำแยกแบ่งเป็นการใช้งานในระยะสั้น ก็นำผักไปต้มให้สุกพอประมาณแล้วค่อยนำมาสับและทำตามขั้นตอนที่แนะนำไว้  เมื่อเวลานำมาปรุงอาหารให้ลูกน้อย ทีนี้อยากใส่ผักอะไรในข้าวลูกน้อยก็จัดไปได้เลย หยิบออกมาเป็นก้อนเหมือนพวกซุปก้อนได้เลย    เสียเวลาเพียงครั้งเดียว แต่ทำให้คุณแม่สะดวกในครั้งต่อ ๆ ไป ได้อย่างง่ายดาย พร้อมลูกน้อยก็ยังได้รับประทานผักได้ในทุกมื้อ ไม่ขาดตกบกพร่อง   ซึ่งวิธีการนี้สามารถนำไปใช้กับอาหารอื่น  เช่น เนื้อสัตว์  น้ำซุป และอื่น ๆ ได้ เช่นกัน จะทำให้การเตรียมอาหารง่ายยิ่งกว่าเปลี่ยนผ้าอ้อมคุณลูกเสียอีก

 

 

ลูกน้อยไม่ขาดแคลเซียมถึงแม้จะเบื่อนม

แคลเซียมเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันของลูกน้อย โดยน้ำนม 1 แก้ว มีปริมาณแคลเซียมประมาณ 300 มิลลิกรัม และเมื่อเราพูดถึงแคลเซียมกัน หลายต่อหลายคนจะมุ่งเน้นไปที่น้ำนม ไม่ว่าจะเป็น นมแพะ นมวัว  หรือแม้แต่ในปัจจุบันที่ผู้ผลิตบางรายนำนมกระบือ (นมควาย) ออกวางจำหน่ายกัน ดังนั้นเมื่อเวลาคุณแม่หลาย ๆ ท่าน กลัวว่า ลูกจะไม่สูง กังวลว่าลูกจะไม่ได้รับแคลเซียมที่เพียงพอ จึงมักบังคับลูกน้อยให้ทานแต่นม ซึ่งการทำเช่นนั้นแบบเคร่งครัดจนเกินไป บางทีอาจทำให้ลูก ๆ ของคุณขยาดกับนมกันไปเลยทีเดียว  โดยแท้จริงแล้วอาหารที่เป็นแหล่งมีแคลเซียมนั้น มีอาหารอีกหลายชนิดมากมายที่มีแคลเซียมเช่นกัน เราจึงขอนำตัวอย่างอาหารมานำเสนอ รับรองว่าเมื่อได้ทราบปริมาณแคลเซียมแล้ว จะถึงกับอ้าปากค้างกันเลยทีเดียว

แคลเซียมจากผักและผลไม้

บรอกโคลี

                โดยบรอกโคลี เป็นผักที่ไม่มีรสขม การนำมาปรุงอาหารก็สามารถเลือกได้หลากหลายว่าต้องการให้มันนิ่ม กรอบ หรือสุกขนาดไหน จึงเป็นผักที่คุณแม่จะเลือกนำมาทำเมนูให้กับลูกได้ง่ายดาย นอกจากความอร่อยของตัวมันเองแล้ว  บรอกโคลียังอุดมไปด้วยปริมาณแคลเซียม โดยต่อ 1 ถ้วยตวง ให้ปริมาณแคลเซียมถึง 114  มิลลิกรัม ( 114 มิลลิกรัม : 1 ถ้วยตวง)

ส้ม

                ส้มจัดได้ว่าเป็นแหล่งรวมของวิตามินซีที่มีอยู่สูง นอกจากนั้นยังมีแคลเซียมอีกด้วย ส้มเป็นผลไม้ที่หาซื้อได้ง่าย  ดังนั้นคุณแม่อาจจะจัดวางมืออาหารใด ๆ ควบคู่ไปกับส้มสัก 1 ผล  หรือ คั้นน้ำส้มสด ๆ วางข้างจานอาหารหลักให้ลูกน้อย เพื่อเป็นการเสริมแคลเซียมก็ได้ ทั้งนี้ส้มในปริมาณ 1 ถ้วยตวง  ให้ปริมาณแคลเซียม  27 มิลลิกรัม ( 27 มิลลิกรัม : 1 ถ้วยตวง)

แคลเซียมจากธัญพืช

ถั่วเหลือง

                ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วเหลืองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเต้าหู้  เต้าหู้หลอด เต้าหู้ก้อน เป็นต้น เพราะถั่วเหลืองนอกจากเป็นอาหารชั้นเยี่ยมของคนรักสุขภาพด้วย เพราะมีปริมาณไขมันที่ต่ำมาก ๆ ถั่วเหลืองยังเป็นอาหารหลักของผู้ที่ทานอาหารเจ เพื่อแทนโปรตีนอีกด้วย หากคุณแม่ลองสรรหาสูตรอาหารที่ปรุงแต่งด้วยผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ก็จะทำให้ลูกได้รับปริมาณแคลเซียมที่มากพอ ๆ กับนมเลย โดยเฉลี่ยถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วเหลือง  1 ถ้วยตวงให้ปริมาณแคลเซียมระหว่าง 300 – 500 มิลลิกรัม (300-500 มิลลิกรัม : 1 ถ้วยตวง)

แคลเซียมจากปลา

ปลาแซลมอน

                โดยเราเน้นไปที่ปลาแซลมอนกระป๋อง เพราะตัวปลาจะยังมีก้างเล็ก ๆ ติดอยู่ แต่นิ่มและไม่เป็นอันตรายต่อลูก หาซื้อง่าย วิธีนำมารับประทานก็หลากหลายที่คุณแม่จะนำมาจัดสรรให้คุณลูก ไม่ว่าจะทำเป็น แซนวิช เวลาไปปิกนิกต่างจังหวัด หรือนำมาผัดกับข้าวเป็นข้าวผัดปลาแซลมอน ให้ลูกรับประทานได้ง่ายแต่เต็มไปด้วยคุณค่า ทั้งโอเมกา 3 และก็แคลเซียม ที่มีอยู่ในปริมาณ 1 ถ้วยตวง ให้ปริมาณแคลเซียม 564  มิลลิกรัม (564 มิลลิกรัม : 1 ถ้วยตวง)

                รู้แบบนี้แล้ว รีบเตรียมหาเมนูสำหรับเสริมแคลเซียมในบางโอกาสให้กับลูก เพื่อการเติบโตของกระดูกที่แข็งแรง  และพัฒนาการที่ดีของเจ้าตัวน้อยกันเถอะ