ลูกคลอดก่อนกำหนด จะดูแลอย่างไรให้ปลอดภัย มาดูกันเลย

คลอดก่อนกำหนด เป็นปัญหาที่คนท้องมักจะต้องเจอกันบ่อย ๆ โดยส่วนใหญ่มักจะคลอดในช่วงอายุครรภ์ 7 เดือน ซึ่งเด็กยังไม่พร้อมที่จะออกมาเจอกับโรคภายนอกมากนัก ดังนั้นคุณหมอจึงต้องให้เด็กอยู่ในตู้อบจนกว่าจะแข็งแรงดีและมีน้ำหนักตามเกณฑ์ ซึ่งหลังจากพาลูกกลับบ้านได้แล้ว ก็เป็นหน้าที่ของคุณแม่แล้วล่ะ ที่จะต้องดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยและเติบโตอย่างสมวัย โดยเราก็มีคำแนะนำในการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดมาบอกกันดังนี้

วิธีดูแล ทารกคลอดก่อนกำหนด

สำหรับการดูแลทารกที่คลอดก่อนกำหนดก็ไม่ยากเลย โดยมีสิ่งที่คุณแม่ควรทำและใส่ใจดังนี้

  1. ให้ลูกดูดนมแม่บ่อย ๆ และมากที่สุด เพราะนมแม่มีสารอาหารครบถ้วน ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพของลูก และทำให้ลูกเติบโตอย่างสมวัย โดยควรให้ลูกดูดนมทุก 2 ชั่วโมง และการดูดนมแต่ละครั้งก็ต้องให้ดูดจนเกลี้ยงเต้าจึงสลับไปดูดอีกข้าง ที่สำคัญต้องให้ลูกดูดนมอย่างถูกวิธีด้วยนะ
  2. อย่าให้ใครสัมผัสลูก เพราะเด็กที่คลอดก่อนกำหนดจะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งแม้แต่คุณพ่อคุณแม่เองก็ควรล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสลูกทุกครั้ง
  3. ห่อตัวลูกอยู่เสมอ เพราะเด็กคลอดก่อนกำหนด จะยังต้องการความอบอุ่นเหมือนกับอยู่ในท้องแม่ อีกทั้งหากลูกตัวเย็นจะทำให้ลูกป่วยได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องห่อตัวลูกเอาไว้ หรือห่มผ้าให้ลูกทุกครั้งที่นอนหลับนั่นเอง
  4. เล่นกับลูกบ่อย ๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้น เพราะเด็กคลอดก่อนกำหนดมักจะมีปัญหาพัฒนาการช้า พ่อแม่จึงต้องช่วยกระตุ้นอีกทางนั่นเอง

ปัญหาที่มักจะเจอ เมื่อลูกคลอดก่อนกำหนด

มาดูกันว่า เด็กที่คลอดก่อนกำหนด มักจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพื่อจะได้เตรียมรับมือได้ถูกวิธีนั่นเอง

  1. ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เพราะเด็กคลอดก่อนกำหนดจะมีภูมิคุ้มกันต่ำมาก หรือแทบไม่มีเลย จึงส่งผลให้ติดเชื้อ ป่วยบ่อย ซึ่งคุณแม่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก
  2. มองเห็นช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน หรือในเด็กบางคนอาจมีปัญหามองไม่เห็นเลยก็ได้ ซึ่งคุณแม่จะต้องสังเกต หากพบว่าลูกมองไม่เห็นควรพาไปพบแพทย์โดยด่วน
  3. มีความผิดปกติที่หู เช่น ไม่ได้ยินเสียง มีการติดเชื้อในหู เป็นต้น
  4. กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยอาจจะพบว่าลูกคอแข็งช้า ไม่สามารถคลานหรือเดินตามวัยได้ โดยคุณแม่ก็ควรช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อของลูก หรือหากลองแล้วไม่มีทีท่าว่าจะได้ผล ก็ให้พาไปพบแพทย์จะดีที่สุด

เมื่อลูกคลอดก่อนกำหนด คุณแม่จะต้องใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิด และสังเกตความผิดปกติของลูกน้อยอยู่เสมอ ซึ่งหากพบความผิดปกติใด ๆ ก็ควรรีบพาลูกไปหาหมอในทันที เพื่อจะได้ทำการรักษาได้ทันนั่นเอง นอกจากนี้อย่าลืมให้ลูกดื่มนมแม่ให้ได้เยอะที่สุดด้วย

ทำอย่างไรเมื่อลูกน้อยต้องเข้าตู้อบ ปัญหาที่พ่อแม่กังวลใจ


เมื่ออายุครรภ์ 36 – 40 สัปดาห์ ร่างกายของคุณแม่จะมีความพร้อมเพื่อคลอดลูกน้อย แต่หากการคลอดมีอาการผิดปกติบางอย่างแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันผิดปกติ ภาวะแท้งคุกคาม ครรภ์เป็นพิษ เด็กสำลักน้ำคร่ำ ตัวเหลือง หรือคุณแม่ที่มีอาการคลอดก่อนกำหนดเนื่องจากการตั้งครรภ์แฝด ทั้งหมดนี้ทำให้มีผลกระทบต่อลูก ทำให้ร่างกายของลูกพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์นัก จำเป็นที่จะต้องอยู่ใกล้ชิดคุณหมอ เมื่อคลอดก่อนกำหนดนั่นคือความเสี่ยง

ผลกระทบของเด็กคลอดก่อนกำหนด

  • การหายใจผิดปกติ ปอดยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์นัก บางรายต้องใส่สายออกซิเจน
  • น้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ (เมื่ออยู่ในตู้อบจนน้ำหนักเกิน 2,000 กรัม คุณหมอจะอนุญาตให้พากลับบ้านได้)
  • ทารกอาจติดเชื้อ
  • การควบคุมอุณหภูมิร่างกายของทารกยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์
  • ทารกยังไม่สามารถดูดนมได้ ต้องป้อนนมทางสายยาง
  • พัฒนาการการช้ากว่าเด็กปกติ แต่เมื่ออายุได้ 6 เดือน จะเริ่มตามทันเด็กในวัยเดียวกัน

ขณะที่อยู่ในตู้อบแม่ทำอะไรเพื่อลูกได้บ้าง

คุณแม่สามารถอยู่เฝ้าลูกเพื่อที่จะให้นมได้ทุกๆ 3 ชั่วโมง ด้วยการบีบน้ำนมแม่ใส่แก้วเล็ก ๆ แล้วป้อนลูกทางช่องกลม ๆของตู้อบ พยาบาลที่อยู่ในห้อง NICU จะสอนวิธีการอาบน้ำให้กับทารกแรกเกิด สอนการเช็ดสะดือลูก สอนเรื่องการทานอาหารเพิ่มน้ำนม วิธีการบีบน้ำนมที่ถูกต้อง วิธีทำให้ลูกเรอ วิธีป้อนนมจากเต้าของแม่เดี่ยวและแม่แฝด การห่อตัว การทำให้ลูกร่างกายอบอุ่น และเมื่อทารกอาการดีขึ้นพยาบาลจะอนุญาตให้คุณแม่อุ้มลูกมาให้นมจากเต้าได้ เพื่อให้ลูกหัดดูดนมจากเต้าและเพื่อให้ลูกได้รับความอบอุ่น ให้ลูกนอนแนบอกคุณแม่ แบบวิธี kangaroo จะช่วยทำให้ลูกได้รับความอบอุ่นมากขึ้น คุณแม่สามารถร้องเพลงหรือพูดคุยกับลูกผ่านตู้อบได้ การที่ลูกได้อยู่ในตู้อบเป็นการเตรียมความพร้อมกับคุณแม่มือใหม่ไปในตัว เพราะพยาบาลจะสอนทุกขั้นตอนในการดูแลลูก

เมื่อกลับบ้านมาแล้วคุณแม่ต้องทำอย่างไรบ้าง

ของใช้ต้องอ่อนโยนและสะอาดสำหรับลูกน้อย คุณแม่จะต้องเตรียมให้พร้อมล่วงหน้า เพราะหากอาการลูกดีขึ้นคุณหมอจะอนุญาตให้พาลูกกลับบ้านได้ทันที สิ่งต่าง ๆ ที่ต้องเตรียมได้แก่

  • ที่นอนของลูก หมอนใบเล็ก ผ้าห่ม เพื่อเตรียมให้ลูกได้รับความอบอุ่นมากที่สุด เด็กแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนดจะยังไม่สามารถควบคุมและปรับอุณหภูมิร่างกายได้เอง ฉะนั้นคุณแม่จะต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก
  • ห้องนอนต้องสะอาด อากาศในห้องถ่ายเท
  • คุณแม่ต้องหมั่นสังเกตร่างกายของลูก ควรมีปรอทวัดไข้สักเพื่อวัดอุณหภูมิของลูก
  • อาบน้ำอุ่นและสบู่เหลวสูตรอ่อนโยนพิเศษ หากแพ้ควรปรึกษาแพทย์ทันที
  • ต้องปลุกลูกทานนมทุก ๆ 3ชั่วโมง และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณนมตามน้ำหนักตัวลูก
  • ห้ามให้ลูกทานอาหารอื่นใดนอกจากนมแม่หรือนมผสม เพราะเด็กที่คลอดก่อนกำหนดลำไส้จะยังทำงานได้ไม่ดีนัก ต้องระวังเรื่องอาหารให้มากที่สุด หากต้องให้นมผสมต้องล้างและอบขวดนมก่อนชงให้ลูกดื่มทุกครั้ง
  • หากสะดือลูกยังไม่หลุด ห้ามดึงเด็ดขาด
  • เมื่อสะดือหลุดแล้วให้ใช้คัตตอนบัตขนาดเล็กชุบแอลกอฮอล์ เช็ดเช้า-เย็น เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 1 รอบ และเช็ดด้วยคัตตอนบัตแบบแห้งซ้ำ2รอบ เมื่อแอลกอฮอล์ระเหยควรเช็ดน้ำออกให้หมด ไม่เช่นนั้นสะดือลูกอาจจะเน่าได้

เมื่อลูกเข้าตู้อบทำให้คุณแม่เครียดบ้างเล็กน้อย แต่อย่าคิดมากไป ลูกเราอยู่ใกล้มือหมอแล้ว เทคโนโลยีสมัยใหม่พัฒนาให้มีตู้อบเหมือนกับลูกได้อยู่ในท้องแม่ เมื่อคุณแม่เห็นว่าลูกสู้ขนาดนี้แล้วคุณแม่ก็ห้ามท้อ ห้ามเครียด ต้องสู้และเข้มแข็งเพื่อลูกรักของเรา