ก่อนเข้าห้องคลอด ทำใจอย่างไรดี เมื่อวินาทีที่พีคที่สุดมาถึง 

สิ่งที่น่ากลัวสำหรับผู้หญิงคือการคลอดลูก เมื่อเวลาคลอดใกล้มาถึง เชื่อว่าจิตใจของคนท้องจะต้องไม่เป็นปกติเหมือนกันทุกคน ภารกิจนี้ใหญ่หลวงนัก จะรับมือกับความน่าสะพรึงกลัวนี้ได้อย่างไร แม้ว่าอาการหวาดกลัวจะเป็นความรู้สึกที่ห้ามกันไม่ได้ แต่ เรามีวิธีบรรเทาความกลัวให้ลดน้อยลงสำหรับคนใกล้คลอด

คลอดลูกคราวนี้ต้องเจ็บมากแน่ ๆ

คนใกล้คลอดมักคิดแบบนี้และจินตนาการไปต่าง ๆ นานา แต่หากจะปลอบใจว่า คลอดลูกไม่เจ็บเลยก็คงไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะการคลอดแบบธรรมชาติเจ็บจริงอะไรจริง ทั้งตอนก่อนคลอดและระหว่างคลอด ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเจ็บนานแค่ไหน บางคนร้องเจ็บปวดเป็นวัน ๆ บางคนเจ็บประเดี๋ยวเดียวก็คลอดออกมาได้แล้ว ซึ่งถ้าเป็นแบบที่สอง ผู้ใหญ่มักจะพูดว่ามีบุญจริง ๆ ที่คลอดง่าย อย่างไรก็ตาม วิธีคลายความเจ็บสามารถทำได้ตั้งแต่ก่อนคลอด โดยการทำสมาธิ คุณอาจต้องใช้เวลาฝึกสมาธิล่วงหน้าก่อนสักสองสามเดือนหรือฝึกไว้ตั้งแต่เริ่มท้องเลยก็ได้ ถ้าสามารถทำสมาธิได้ดี ความกลัวและความเจ็บจะคลายลง การคลอดธรรมชาติจะเจ็บแค่ช่วงระหว่างคลอดเท่านั้น แล้วความเจ็บปวดทุกอย่างจะหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นหน้าลูก

ผ่าคลอดไปให้สิ้นเรื่องเลยดีไหม

คนที่กลัวคลอดธรรมชาติมาก ๆ อาจเลือกคลอดด้วยวิธีผ่าออก แต่ต้องปรึกษาหมอก่อนและอยู่ในดุลยพินิจของหมอเท่านั้น รวมทั้งคนที่หมอวินิจฉัยแล้วว่าไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้ก็จะใช้วิธีนี้เช่นกัน การผ่าคลอดเป็นวิธีที่สบายกว่าคลอดธรรมชาติ เพราะหมอจะกำหนดเวลาผ่าและให้ยาก่อน คุณจะไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างที่กำลังผ่าคลอด แต่จะรู้สึกอีกทีก็ตอนพักฟื้น ซึ่งอาจมีอาการเจ็บแผลบ้างเท่านั้น ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาล ก็จะไม่มีปัญหาอะไร

ลูกจะปลอดภัยไหม ถ้าออกมาผิดปกติจะทำอย่างไร

ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้สึกกลัวเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนหรือเริ่มตั้งครรภ์แล้ว ซึ่งถ้าหากว่าได้มีการฝากครรภ์กับหมอไว้ตั้งแต่เดือนแรก และเข้ารับการตรวจสุขภาพทั้งตัวแม่และลูกในท้องเป็นระยะ หมอคอยติดตามดูอาการอย่างต่อเนื่องและไม่พบความผิดปกติใด ๆ อีกทั้งตัวคุณเองก็ได้มีการปฏิบัติตนตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด ไม่ทานอาหารแปลกปลอม ไม่ทำกิจกรรมโลดโผนตลอดช่วงเวลาที่อุ้มท้อง ก็สามารถที่จะมั่นใจได้ว่าลูกของคุณปลอดภัยดี เมื่อคลอดออกมาทุกอย่างย่อมเป็นปกติ ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในความดูแลของหมอที่รับฝากครรภ์อย่างใกล้ชิดและดูแลตัวเองดี ควรทำใจให้สบายและตัดความกลัวข้อนี้ออกไปได้เลย

ให้คุณพ่อเป็นกำลังใจอีกแรงหนึ่งเพื่อบรรเทาความกลัว คุณพ่อจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ได้ก็ตอนนี้นี่เอง ฉะนั้น เคลียร์งานรอไว้ได้เลย เมื่อไรที่ถึงเวลาคลอดให้จับมือกันตั้งแต่เตรียมตัวออกจากบ้าน เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแล้วให้คุณพ่อเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่เว้นแม้แต่ตอนเข้าห้องคลอด เพราะทางโรงพยาบาลจะอนุญาตให้คุณพ่อเข้าไปได้ด้วย คุณพ่อคือขวัญและกำลังใจที่แข็งแกร่งของครอบครัว ดังนั้น คนเป็นพ่อจะต้องไม่ปล่อยมือแม่ของลูกเพราะการคลอดคือ ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต แล้วทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี

ความเจ็บปวดที่แสนงดงาม คลอดธรรมชาติ และการผ่าคลอด ความต่างที่ต้องเลือก

คุณแม่หลายท่านมักวิตกกังวลเกี่ยวกับการคลอดลูก ระหว่างการคลอดธรรมชาติและการผ่าคลอด แบบไหนเป็นวิธีที่ดีที่สุด เจ็บตัวน้อยที่สุด และการรักษาตัวหายไวที่สุด คงมีคุณแม่ไม่น้อยที่หาข้อมูลจากช่องทางต่าง ๆ ทั้งถามผู้ใกล้ชิด พยาบาล คุณหมอ หรือหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต แต่คุณแม่จะมั่นใจได้อย่างไร ว่าตัวเลือกไหนเป็นคำตอบที่คุณแม่จะสามารถเชื่อมั่นได้ และสามารถวางแผนก่อนที่กำหนดการคลอดลูกน้อยจะมาถึง ดังนั้นเราจึงขอแนะนำตัวช่วยในการคลอดสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่กำลังวิตกกังวลอยู่

อย่างที่คุณแม่ทราบกันดี การคลอดลูกนั้น มีสองวิธีหลัก ๆ นั่นก็คือ การผ่าคลอด และ การคลอดแบบธรรมชาติ แล้วมันต่างกันแบบไหนกัน

การผ่าคลอด  กระบวนของการผ่าตัดนั้นเริ่มแรกจะมีวิธีการวางยาอยู่สองวิธี คือการให้ยาสลบหรือจะเป็นการบล็อกหลัง ซึ่งคุณแม่สามารถคุยและตกลงกับคุณหมอได้ว่าจะเลือกแบบไหน การวางยาสลบนั้นจะมีข้อดีตรงที่คุณแม่จะไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างไรและไม่รู้สึกตัวตลอดที่ทำการผ่าตัด ส่วนการบล็อกหลังคุณแม่อาจจะมีอาการเจ็บตอนคุณหมอฉีดยาเข้าไปในกระดูกสันหลัง แต่ข้อดีของการบล็อกหลังนั้นในระหว่างที่ทำการผ่าตัด เราจะรับรู้ได้ตลอดเวลา และสามารถเห็นลูกน้อยขณะที่เขาลืมตาดูโลกได้แบบเรียลไทม์ แต่ข้อเสียของการผ่าคลอดนั้นอาจเป็นที่น่ากังวล เพราะระหว่างนั้นอาจเกิดอาการแทรกซ้อนได้ เช่น การเสียเลือดมาก ภาวะความดันต่ำจากการบล็อกหลัง แผลติดเชื้อ หรือผังพืดที่เกิดจากการผ่าตัดซึ่งส่งผลในอนาคตสำหรับการผ่าตัดครั้งต่อไป และที่สำคัญการผ่าคลอดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพงมากกว่าการคลอดธรรมชาติหลายเท่านัก แต่สำหรับคุณแม่ที่ต้องการกำหนดวันคลอดของลูก หรือดูฤกษ์การคลอดลูกน้อยเป็นอันดับแรก การผ่าคลอดจึงถือว่าตอบโจทย์ที่สุด

การคลอดธรรมชาติ กระบวนการผ่าตัดคุณหมอจะทำการตัดฝีเย็บของขนาดช่องคลอดให้มีขนาดกว้างขึ้น หลังจากคลอดเสร็จก็จะเย็บเก็บแผลเข้าตามเดิม แต่ในช่วงระหว่างการผ่าตัดจะมีความเจ็บปวดมาก ซึ่งเกิดจากการที่มดลูกบีบรัดตัวแต่หลังจากคลอดเสร็จก็จะหายเจ็บทันที เหลือแต่การรักษาตัวที่เกิดจากฝีเย็บภายในไม่กี่วัน และอาการอ่อนเพลียจากการเบ่งคลอด การเสียเลือด เสียน้ำเท่านั้น แต่การคลอดธรรมชาตินั้นอาจเกิดฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดขึ้น นั่นก็คือ การที่ปากมดลูกของคุณแม่ไม่เปิด รกเกาะต่ำ เด็กไม่กลับหัว หรืออุ้งเชิงกรานของคุณแม่เล็กนั่นเอง แต่ข้อดีของการคลอดธรรมชาติคือ แผลฝีเย็บจะหายไวกว่าแผลผ่าคลอดและค่ารักษาพยาบาลยังถูกกว่าอีกด้วย

อย่างไรก็ตามการวางแผนการตั้งครรภ์ รวมถึงการคลอดบุตร คุณแม่ต้องดูปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงความพร้อมด้านค่าใช้จ่ายของคุณแม่ด้วย เพราะเหตุการณ์ฉุกเฉินสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ ฉะนั้นค่าใช้จ่ายจึงต้องมีสำรองเพื่อเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์เสมอ