เมื่ออายุครรภ์นานถึง 40 สัปดาห์แล้ว ทำไมไม่คลอดสักทีนะ ?

เมื่อการตั้งครรภ์เข้าสู่สัปดาห์ที่ 38 – 40 คุณแม่หลายคนคงจะเริ่มกังวลแล้วใช่ไหม ว่าทำไมไม่ได้เห็นหน้าลูกสักที ซึ่งเมื่อตั้งครรภ์ถึงอายุครรภ์ 36- 40 สัปดาห์ โดยปกติคุณแม่จะคลอดกันแล้ว แต่เมื่อเริ่มท้องแก่มากขึ้นก็ไม่มีวี่แววว่าไม่ได้เชยชมลูกสักที วันนี้เรามีวิธีกระตุ้นให้ลูกคลอดไวสมใจ อีกทั้งการคลอดเลยกำหนดการตั้งครรภ์นานเกินไปส่งผลกระทบต่อแม่และลูก เสี่ยงถึงขั้นอันตรายถึงชีวิตเลยล่ะ ฉะนั้นเราควรรู้วิธีกระตุ้นการคลอดในแบบต่าง ๆ ที่มีทั้งแบบวิธีทำธรรมชาติและวิธีทางการแพทย์ ดังนี้

  • วิธีธรรมชาติ โดยให้คุณพ่อช่วย

เมื่อลูกยังไม่คลอดสักทีคุณแม่ควรหาวิธีกระตุ้นให้ลูกคลอดโดยวิธีธรรมชาติ โดยให้คุณพ่อเป็นคนช่วยเร่งคลอด นั่นคือการมีเพศสัมพันธ์นั่นเอง การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงท้องแก่นั้น จะทำให้การคลอดมีโอกาสสูงมากขึ้น เพราะการที่อสุจิเข้าไปในมดลูกทำให้เกิดการกระตุ้นของมดลูก ทำให้มดลูกหดรัดตัว ทำให้ปวดท้องคลอดได้ไวขึ้น และเป็นการช่วยในการเปิดปากมดลูกอีกด้วย แต่ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์แบบรุนแรงเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อลูกน้อยได้ เมื่อเร่งคลอดและเริ่มปวดท้องถี่ ๆ ทุก 5 นาที หรือมีมูกเลือด(มีมูกใสๆปนเลือด) หรือมีน้ำเดิน(น้ำที่ไหลออกจากช่องคลอด ไม่เหม็น กลั้นไม่ได้ เหมือนปัสสาวะแตกแต่ไม่เจ็บ) ควรไปพบแพทย์ได้เลย

  • วิธีทางการแพทย์ การผ่าคลอดและการเหน็บยาเร่งคลอด

หากคุณแม่ไม่สะดวกที่จะทำวิธีแรก ให้แนะนำวิธีการผ่าคลอดและการเหน็บยาเร่งคลอดได้เลย เพราะหากทารกอยู่ในครรภ์นานเกินไป อาจทำให้เกิดการสำลักขี้เทาที่ปนอยู่ในถุงน้ำคร่ำ เกิดปัญหาการติดเชื้อ ส่งผลให้ทารกพิการ รกอาจเสื่อมไม่สามารถนำอาหารเข้าสู่ร่างกายทารกได้ ทำให้ทารกมีโอกาสเสียชีวิตจากการอยู่ในครรภ์นานเกินไป อีกทั้งคุณแม่ได้รับอันตรายไปด้วย ถ้าหากเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษขึ้นมา ยิ่งหากทิ้งไว้จนทารกเสียชีวิตในครรภ์นานแล้ว จะทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดไม่แข็งตัว อาจทำให้คุณแม่เสียชีวิตได้ หากคุณหมอตัดสินใจผ่าคลอด แล้วต้องรอฟังอาการของลูกว่าลูกออกมามีอาการอะไรแทรกซ้อนหรือไม่ หากมีอาจจะต้องอยู่ในห้อง NICU สักระยะ เพื่อความปลอดภัยและรอดูอาการ

การเร่งคลอดจะกระทำได้ต่อเมื่อคุณหมอแนะนำให้ทำการเร่งคลอดเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณแม่เองและลูกน้อย คุณแม่และคุณพ่อควรปรึกษาหมอสูติก่อนทุกครั้ง หากมีอาการผิดปกติอย่างอื่นควรรีบพบแพทย์ทันที และที่สำคัญคุณแม่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดในระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ต้องกังวลเกินไป ลูกอาจจะยังไม่อยากออกมาข้างนอกเพราะลูกชอบที่จะอยู่ในครรภ์แม่แค่นั้นเอง

 

ความเจ็บปวดที่แสนงดงาม คลอดธรรมชาติ และการผ่าคลอด ความต่างที่ต้องเลือก

คุณแม่หลายท่านมักวิตกกังวลเกี่ยวกับการคลอดลูก ระหว่างการคลอดธรรมชาติและการผ่าคลอด แบบไหนเป็นวิธีที่ดีที่สุด เจ็บตัวน้อยที่สุด และการรักษาตัวหายไวที่สุด คงมีคุณแม่ไม่น้อยที่หาข้อมูลจากช่องทางต่าง ๆ ทั้งถามผู้ใกล้ชิด พยาบาล คุณหมอ หรือหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต แต่คุณแม่จะมั่นใจได้อย่างไร ว่าตัวเลือกไหนเป็นคำตอบที่คุณแม่จะสามารถเชื่อมั่นได้ และสามารถวางแผนก่อนที่กำหนดการคลอดลูกน้อยจะมาถึง ดังนั้นเราจึงขอแนะนำตัวช่วยในการคลอดสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่กำลังวิตกกังวลอยู่

อย่างที่คุณแม่ทราบกันดี การคลอดลูกนั้น มีสองวิธีหลัก ๆ นั่นก็คือ การผ่าคลอด และ การคลอดแบบธรรมชาติ แล้วมันต่างกันแบบไหนกัน

การผ่าคลอด  กระบวนของการผ่าตัดนั้นเริ่มแรกจะมีวิธีการวางยาอยู่สองวิธี คือการให้ยาสลบหรือจะเป็นการบล็อกหลัง ซึ่งคุณแม่สามารถคุยและตกลงกับคุณหมอได้ว่าจะเลือกแบบไหน การวางยาสลบนั้นจะมีข้อดีตรงที่คุณแม่จะไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างไรและไม่รู้สึกตัวตลอดที่ทำการผ่าตัด ส่วนการบล็อกหลังคุณแม่อาจจะมีอาการเจ็บตอนคุณหมอฉีดยาเข้าไปในกระดูกสันหลัง แต่ข้อดีของการบล็อกหลังนั้นในระหว่างที่ทำการผ่าตัด เราจะรับรู้ได้ตลอดเวลา และสามารถเห็นลูกน้อยขณะที่เขาลืมตาดูโลกได้แบบเรียลไทม์ แต่ข้อเสียของการผ่าคลอดนั้นอาจเป็นที่น่ากังวล เพราะระหว่างนั้นอาจเกิดอาการแทรกซ้อนได้ เช่น การเสียเลือดมาก ภาวะความดันต่ำจากการบล็อกหลัง แผลติดเชื้อ หรือผังพืดที่เกิดจากการผ่าตัดซึ่งส่งผลในอนาคตสำหรับการผ่าตัดครั้งต่อไป และที่สำคัญการผ่าคลอดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพงมากกว่าการคลอดธรรมชาติหลายเท่านัก แต่สำหรับคุณแม่ที่ต้องการกำหนดวันคลอดของลูก หรือดูฤกษ์การคลอดลูกน้อยเป็นอันดับแรก การผ่าคลอดจึงถือว่าตอบโจทย์ที่สุด

การคลอดธรรมชาติ กระบวนการผ่าตัดคุณหมอจะทำการตัดฝีเย็บของขนาดช่องคลอดให้มีขนาดกว้างขึ้น หลังจากคลอดเสร็จก็จะเย็บเก็บแผลเข้าตามเดิม แต่ในช่วงระหว่างการผ่าตัดจะมีความเจ็บปวดมาก ซึ่งเกิดจากการที่มดลูกบีบรัดตัวแต่หลังจากคลอดเสร็จก็จะหายเจ็บทันที เหลือแต่การรักษาตัวที่เกิดจากฝีเย็บภายในไม่กี่วัน และอาการอ่อนเพลียจากการเบ่งคลอด การเสียเลือด เสียน้ำเท่านั้น แต่การคลอดธรรมชาตินั้นอาจเกิดฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดขึ้น นั่นก็คือ การที่ปากมดลูกของคุณแม่ไม่เปิด รกเกาะต่ำ เด็กไม่กลับหัว หรืออุ้งเชิงกรานของคุณแม่เล็กนั่นเอง แต่ข้อดีของการคลอดธรรมชาติคือ แผลฝีเย็บจะหายไวกว่าแผลผ่าคลอดและค่ารักษาพยาบาลยังถูกกว่าอีกด้วย

อย่างไรก็ตามการวางแผนการตั้งครรภ์ รวมถึงการคลอดบุตร คุณแม่ต้องดูปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงความพร้อมด้านค่าใช้จ่ายของคุณแม่ด้วย เพราะเหตุการณ์ฉุกเฉินสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ ฉะนั้นค่าใช้จ่ายจึงต้องมีสำรองเพื่อเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์เสมอ