4 วิธีธรรมชาติ เพื่อลูกน้อยอารมณ์ดี


จากการวิจัยพบว่า เมื่อเด็ก ๆ มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี จะส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกายควบคู่ไปกับสภาวะจิตใจที่ดีด้วย และอารมณ์ที่ดีของลูกนั้น คุณแม่สามารถที่จะเป็นผู้ฝึกฝนที่ดีที่สุดสำหรับลูก ด้วยวิธีการง่าย ๆ และเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องใช้ยา อาหารเสริม หรือสิ่งใด ๆ เลย เพียงคุณแม่เสียสละเวลา ตั้งใจ และเอาใจใส่ต่อพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของลูก ๆ เท่านี้ พวกเค้าก็จะเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ

นวด

สัมผัสของแม่มีผลต่อความรู้สึกของเจ้าตัวน้อยโดยตรง ลูกจะรับรู้ถึงการสัมผัสที่อ่อนโยน นุ่มนวล จากมือและไออุ่นรักของแม่ การสัมผัสด้วยการนวดให้กับลูก จะทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย กล้ามเนื้อในจุดต่าง ๆ ถูกกระตุ้นให้โลหิตไหลเวียนได้ดี เมื่อลูกรู้สึกถึงความผ่อนคลาย สบายตัว ก็จะทำให้ลูกมีอารมณ์ที่ดี

หลังอาบน้ำเสร็จ ใช้โลชั่น สำหรับเด็กทาและนวดเบา ๆ เน้นในจุดที่ลูกอาจใช้ทำกิจกรรมมากเป็นพิเศษในแต่ละวัน เน้นปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า นอกจากจะทำให้ลูกได้ผ่อนคล้ายกล้ามเนื้อและจิตใจแล้ว ผิวพรรณของลูกก็จะได้รับความชุ่มชื้น ผิวไม่แห้งและหยาบกร้านอีกด้วย

ฟังเพลง

เพลง เป็นสิ่งที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจลูกน้อย ให้ผ่อนคลาย คล้อยไปตาม เสียงและจังหวะเพลงโดยเพลง ช่วยพัฒนาเส้นใยประสาทให้แตกแขนงมากยิ่งขึ้น มีอารมณ์ที่มั่นคง สงบนิ่ง

การเลือกใช้เพลงคลาสสิก จำพวก เพลงของโมสาร์ท เปิดในระดับเสียงที่พอดี ไม่ดังจนเกินไป จะเป็นการช่วยให้ลูกจดจ่ออยู่กับเสียงเพลง ส่งผลให้เกิดสมาธิ และมีความมั่นคงทางอารมณ์ ไม่ฉุนเฉียวง่าย นอกจากนี้ คุณแม่อาจไม่จำเป็นต้องเปิดแต่เพลงจากอุปกรณ์ให้ลูกฟังเพียงอย่างเดียว เสียงของคุณแม่สามารถร้องเพลงให้ลูกฟังด้วยใยรัก ซึ่งจะเป็นการสร้างพลังสัมผัสทางประสาทที่อบอุ่น คุ้นเคยและสุขใจของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี

การเล่น

เด็ก ๆ ทุกคน ชอบการเล่น ทำให้คุณแม่สามารถสอดแทรกสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ผ่านการเล่นของลูกได้เป็นอย่างดี เมื่อลูกได้เล่นอย่างสนุกสนานผ่านการเรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ ตาม ที่เค้าต้องการอย่างเต็มที่ และมีความสุขในช่วงเวลาที่พอเหมาะแล้ว จะทำให้ลูกอารมณ์ดี  คุณแม่ควรศึกษาการเล่นให้เหมาะสมกับวัยของลูก เพื่อปรับการเล่นให้เหมาะสม  ลูกจะได้ตอบสนองที่ตรงความต้องการ ไม่เบื่อในการเล่นหรือเรียนรู้

การนอน

เด็ก ควรนอนหลับพักผ่อนในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวัย การพักผ่อนที่เพียงพอจะส่งผลดีในทุกด้านของมนุษย์ เมื่อร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ตื่นนอนก็จะมีอารมณ์ดี และมีสุขภาพดี การมีสุขภาพที่ดีส่งผลถึงสภาพจิตใจที่ดี  ไม่ต้องรู้สึกเจ็บป่วยหรือ กังวลใด ๆ ที่จะเป็นการกัดกร่อนอารมณ์ลูกให้ขาดการเรียนรู้ รับรู้

ควรปรับบรรยากาศ สภาวะแวดล้อมรอบข้าง เมื่อถึงเวลาเข้านอนของลูกให้เหมาะกับการพักผ่อนของลูก อย่าให้มีสิ่งรบกวนการนอนพักผ่อน และควรให้ลูกนอนเป็นเวลาเดียวกันอย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ วัน เพื่อให้เค้าเคยชิน เมื่อถึงเวลาตื่นนอนจะได้ไม่ต้องร้องไห้เสียอารมณ์ทั้งคุณแม่คุณลูก

 

สอนลูก เรียนรู้ได้จากเรื่องเล่น

หลายคนคงรู้แล้วว่า การเล่นของเด็ก คือ การเรียนรู้ คือพัฒนาการต่าง ๆ ที่จะทำให้เติบโตไปสู่อีกช่วงวัย แต่บางทีการเล่นของลูก ๆ ก็มักทำให้คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายปวดหัวไปตาม ๆ กัน แต่อย่างไรการเล่นก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็ก  ประสบการณ์จากการเล่นจะนำพาให้เด็กอยู่ร่วมกับในสังคม เรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิตในภายภาคหน้า และที่สำคัญอีกอย่างคือ การเล่นทำให้ อารมณ์ จิตใจ เบิกบาน เพลิดเพลิน เหมือนพวกเค้าได้ปลดปล่อยพลังภายในตัวออกมาได้อย่างเต็มที่ ถ้ายิ่งคุณพ่อคุณแม่มีส่วนช่วยในการเล่นของลูก ๆ แล้วละก็ จะยิ่งทำให้การเล่นนั้นมีประโยชน์ขึ้นอีกหลายเท่าตัว และยังสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นให้ลูกได้อย่างดีเยี่ยม

ลักษณะการเล่นของเด็ก

·        การเล่นตามช่วงวัย เด็กจะเล่นตามลักษณะของพัฒนาการไปในแต่ละช่วง เช่น ระยะแรก การเล่นจะเป็นการใช้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ เมื่อมีการเรียนรู้ การเล่นจะซับซ้อนขึ้นเริ่มมีประสบการณ์ มีทักษะที่คุ้นเคย การทำตามแบบอย่าง เป็นต้น

·        การเล่นด้วยการสร้างจินตนาการ การสมมุติเกี่ยวกับตัวละคร เช่น ตนเอง บุคคลในครอบครัว สัตว์เลี้ยง หรือสัตว์ที่เคยได้พบเห็น มาผสานกับสิ่งที่คิดจินตนาการจนเกิดเป็นเรื่องราวต่าง ๆ

·        การเล่นด้วยการใช้กล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหว เด็กชอบปลดปล่อยพลังงาน ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อของตนเอง เช่น การกระโดด การเดินทรงตัวบนสิ่งของ การเล่นในสนามเด็กเล่นกับอุปกรณ์การเล่นต่าง ๆ

·        การเล่นแบบคิดค้นประดิษฐ์สิ่งของ โดยรู้จักการนำข้าวของรอบ ๆ ตัว นำมาสร้างเป็นสิ่งประดิษฐ์

·        การเล่นเลียนแบบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเล่นตามคนที่ตนคุ้นเคย โดยบางทีจะยังไม่เข้าใจความหมายในทุกอย่างที่เล่น

เสริมสร้างการเล่นให้ลูก

ในช่วงอายุระหว่าง 5-8 ขวบ ของลูก เป็นช่วงวัยที่พบว่า การเล่นของพวกเค้าใช้จินตนาการมากที่สุด ซึ่งได้มาจากประสบการณ์ ได้ยินได้เห็นได้สัมผัส แล้วนำมาผสมผสานเป็นของเล่นชิ้นใหม่ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จะช่วยให้จินตนาการของลูกโลดแล่นไปได้อีกยาวไกลคือการได้ช่วยส่งเสริมทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นการเล่านิทานก่อนนอน การพาไปท่องเที่ยวยังที่เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ การเล่นไปพร้อมกับลูกพร้อมอธิบายสอดแทรกสิ่งต่าง ๆ เพิ่มเติมให้

คุณพ่อคุณแม่ ควรหาเวลาในการได้เล่นกับลูก ๆ เพราะของเล่นที่ดีที่สุดของลูกทุกคนคือพ่อแม่  ซึ่งเวลาที่ได้เล่นอาจเป็นเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ทำบางสิ่งบางอย่างเป็นปกติอยู่แล้ว เช่น การรดน้ำต้นไม้ กำหนดกติกา แบ่งพื้นที่ เพื่อแข่งกันรดน้ำต้นไม้ ใครจะเสร็จเร็วกว่ากัน หรือ เมื่อพาลูกไปท่องเที่ยวตากอากาศที่ทะเล สามารถสอนให้เค้ารู้จักเปลือกหอย แล้วช่วยกันเก็บเปลือยหอยมาทำเป็นตัวอักษรบนพื้นทราย เป็นต้น ลูกจะได้รับความสนุกสนานไปพร้อมกับความสัมพันธ์ที่ดี ครอบครัวอบอุ่น พัฒนาการทั้งทางร่างกายและ EQ ของลูกจะโลดแลนอย่างไร้ขอบเขตกันไปเลย แล้วอย่าลืมคอยต่อยอดให้พวกเค้ากลายเป็นบุคคลที่สำคัญของประเทศ ทำประโยชน์ที่ดีในอนาคต